posttoday
มติศาลรธน.6:3 รับคำร้องสอบคุณสมบัติเศรษฐาปมใช้อำนาจนายกฯตั้งพิชิต

มติศาลรธน.6:3 รับคำร้องสอบคุณสมบัติเศรษฐาปมใช้อำนาจนายกฯตั้งพิชิต

23 พฤษภาคม 2567

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ6:3 รับคำร้อง กรณี กลุ่ม สว. 40 คน ร่วมลงชื่อยื่นให้พิจารณาการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แต่มีมติ5:4 ไม่ต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่ ส่วนกรณี พิชิต ชื่นบาน มีมติ 8:1 ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาเนื่องจากลาออกแล้ว

เมื่อวันที่ 23พ.ค.2567 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6:3 เสียง รับเรื่องพิจารณาที่ 17/2567 กรณีคำร้องกลุ่ม สว. 40 คน ร่วมลงชื่อยื่นให้พิจารณาการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 หรือไม่ จากปมการใช้อำนาจนายกฯ ในการแต่งตั้งนายพิชิตเป็นรัฐมนตรี ทั้งที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ กรณีเคยรับโทษจำคุกมาก่อน 

ทั้งนี้ ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 16 (4) และ (5) หรือไม่   

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 17 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561  มาตรา 7 (9) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก (6 ต่อ 3) โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย (นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ) มีคำสั่งรับคำร้องผู้ถูกร้องที่ 1ไว้พิจารณา และให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวภายใน15วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561มาตรา 54

สำหรับกรณีผู้ถูกร้องที่ 2 ได้มีคำร้องลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 แจ้งว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม2567 ได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว 

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (2) กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยคดีต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 51 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย (นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม) มีคำสั่งไม่รับคำร้องเฉพาะส่วนของผู้ถูกร้องที่ 2 ไว้พิจารณาวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณากรณีขอให้ผู้ถูกร้องที่ 1  หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา 82 วรรคสอง แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องในชั้นนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก5ต่อ 4 โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย (นายปัญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์) ไม่สั่งให้ผู้ถูกร้องที่ 1 หยุดปฏิบัติหน้าที่ 

มติศาลรธน.6:3 รับคำร้องสอบคุณสมบัติเศรษฐาปมใช้อำนาจนายกฯตั้งพิชิต มติศาลรธน.6:3 รับคำร้องสอบคุณสมบัติเศรษฐาปมใช้อำนาจนายกฯตั้งพิชิต มติศาลรธน.6:3 รับคำร้องสอบคุณสมบัติเศรษฐาปมใช้อำนาจนายกฯตั้งพิชิต
 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง