posttoday
ขึ้นทะเบียน 500 สมุนไพร ยกระดับแพทย์แผนไทย

ขึ้นทะเบียน 500 สมุนไพร ยกระดับแพทย์แผนไทย

24 มกราคม 2554

...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

งบประมาณด้านสาธารณสุขกว่า 8 หมื่นล้านบาท คือมูลค่าที่รัฐต้องจ่ายสำหรับเวชภัณฑ์แผนปัจจุบัน ขณะที่ประเทศไทยกำลังตกเป็นประเทศราชชาติตะวันตกด้วยการส่งส่วยผ่านค่ายา

คำถามคือ การแพทย์แผนปัจจุบันเป็นทางเลือกเดียวที่ตอบโจทย์การรักษาเท่านั้นหรือ?

ปี 2554 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนด้านสุขภาพ โดย 2 ใน 21 แผนงาน เน้นพัฒนาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกทางการแพทย์สำหรับประชาชนชาวไทย

พรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข กล่าวย้ำชัดว่า ต้องการผลักดันให้สมุนไพรไทยเข้ามามีบทบาทในการรักษาพยาบาล โดยมีแนวทางจะทยอยบรรจุตำรับยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติให้ครบ 553 รายการ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถเบิกจ่ายได้ จากเดิมที่มีอยู่เพียง 42 รายการ

“วิถีไทยมีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ชาวบ้านชนบทส่วนใหญ่ก็จะป่วยด้วยโรคที่ไม่ร้ายแรง ซึ่งสามารถใช้ยาสมุนไพรไทยรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก” รมช.พรรณสิริ กล่าว

รมช.สาธารณสุข อธิบายว่า ลำพังเฉพาะการขึ้นทะเบียนยาสมุนไพรคงไม่พอ ฉะนั้นการดำเนินการในปี 2554 จึงให้น้ำหนักกับการเชื่อมต่อหน่วยบริการทั้งระบบ โดยมีนโยบายกำหนดสัดส่วนให้โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป (โรงพยาบาลขนาดใหญ่) เบิกจ่ายยาสมุนไพรแก่ประชาชน 5% ของยาแผนปัจจุบัน ส่วนโรงพยาบาลชุมชนหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้เบิกจ่าย 10%

ขณะเดียวกันต้องสร้างความตระหนักในคุณประโยชน์ของยาสมุนไพรไทยกับคนในชุมชน ส่วนระดับครัวเรือนจะทำนโยบายหน้าบ้านสวยหลังบ้านสวน ให้เกิดเป็นรูปธรรม

“ชาวบ้านมักคุ้นชินกับสมุนไพรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราเพียงให้ความรู้และสนับสนุนการปลูกสมุนไพรอย่างถูกวิธี เน้นการปลูกในครัวเรือน ซึ่งเป็นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่เกิดผลเป็นรูปธรรม” รมช.พรรณสิริ กล่าว

พรรณสิริ กล่าวย้ำว่า การดำเนินนโยบายด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยต้องทำเป็นระบบ โดยสาธารณสุขเตรียมลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลจากหมอยา หมอนวด หมอสกัดพิษ แล้วจัดระเบียบองค์ความรู้ให้เป็นตำรับยา จากนั้นจะขยายผลด้วยการวิจัยและให้คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รับรอง

พร้อมกันนี้สิ่งที่ต้องส่งเสริมควบคู่ไปด้วยกันคือ แพทย์แผนไทย ซึ่งปัจจุบันมีการบรรจุตำแหน่งเพียง 150 อัตรา ในปี 2554 จึงตั้งเป้าบรรจุเพิ่มให้ได้อีก 150 อัตรา

“ประเทศไทยมีผู้มีความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยกว่าหมื่นราย แต่ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะมีเพียง 39 ราย” รมช.พรรณสิริ ชวนให้คิดและเสนอว่า จะประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการรักษาของหมอพื้นบ้านที่มีประสบการณ์การรักษาตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ให้ได้ใบอนุญาตถึง 1,000 คน ในปี 2554

นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดตั้งโรงงานยาสมุนไพร เพื่อวิจัยและรวบรวมตำรับยา ล่าสุดได้เปิดศูนย์การเรียนรู้โรงงานผลิตยาสมุนไพรอภัยภูเบศรให้เป็นโรงงานต้นแบบแก่ผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจแห่งแรกภายในประเทศ โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท

“เราหวังให้ศูนย์การเรียนรู้เป็นโรงงานต้นแบบแก่ผู้ประกอบการอื่นๆ และให้เป็นผู้นำในการผลิตยาสมุนไพรส่งขายในตลาดอาเซียนและโลกภายในปี 2558” รมช.พรรณสิริ กล่าวยืนยัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท