
นายกฯยันผลตัดสินเขมรไม่เกี่ยวเขตแดน
นายกฯออกช่อง11โชว์แผนที่เขตแดน ยันผลตัดสินคดี 5 คนไทยของศาลเขมรไม่เกี่ยวเขตแดน เนื่องจากมีเอ็มโอยูปี43ร่วมกัน เตรียมทำหนังสือโต้แย้งเป็นหลักฐาน
นายกฯออกช่อง11โชว์แผนที่เขตแดน ยันผลตัดสินคดี 5 คนไทยของศาลเขมรไม่เกี่ยวเขตแดน เนื่องจากมีเอ็มโอยูปี43ร่วมกัน เตรียมทำหนังสือโต้แย้งเป็นหลักฐาน
เมื่อเวลา 20.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ออกรายการพิเศษทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 เพื่อชี้แจงกรณีที่ 7 คนไทยได้ถูกทางการกัมพูชาจับกุมและศาลได้มีคำตัดสิน 5 คนไทยออกมา โดยระบุว่า
การที่ศาลกัมพูชาตัดสิน 5 คน ไทยไม่มีผลกับเขตแดน เนื่องจากไทยและกัมพูชามีการลงนามในเอ็มโอยูปี 2543 ซึ่งระบุไว้ว่า เรื่องการปักปันเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชาที่ยังไม่มีข้อยุตินั้น จะยุติได้ก็ต่อเมื่อ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี ได้มีการสำรวจและสรุปร่วมกันแล้วเท่านั้น ซึ่งบริเวณที่คนไทยทั้ง 7 คนถูกจับกุมนั้น เป็นจุดที่ยังไม่มีข้อยุติในเรื่องเขตแดน
"ผมยืนยันว่าไม่มีตรงไหนที่รัฐบาลไทยจะไปยอมรับเรื่องการตัดสินของศาลกัมพูชาว่ามีผลกับเขตแดน และเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ผมได้สั่งการให้แปลคำพิพากษาของศาล เพื่อที่ไทยจะทำหนังสือไปโต้แย้งและบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่าคำตัดสินของศาลไม่มีผลต่อเขตแดน พร้อมยืนยันว่า กระบวนการเรื่องเขตแดนต้องว่ากันไปตามเอ็มโอยู43 และคณะกรรมการเจบีซีเท่านั้น"นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนคนไทยอีก 2 คนที่ยังถูกจับกุมนั้นรัฐบาลไทยก็จะสนับสนุนในการต่อสู้คดี และช่วยเหลือกลับมายังประเทศไทยอย่างเต็มที่ โดยจะมีการปรึกษาหารือกับทนายความของทั้ง 2 คน
ด้านปัญหาพื้นที่ทำกิน ที่ประชาชนมีการร้องเรียนว่ามีเอกสารสิทธิแต่เข้าไปทำกินไม่ได้ โดยเฉพาะกรณีของชาวบ้านที่ชื่อนายเบ ซึ่งมีเอกสารสิทธิ์ นส.3 โดยมีที่ดินอยู่ใกล้หลักเขตแดนที่ 46 นั้น รัฐบาลจะดำเนินการปรึกษาและจะดำเนินการในการเข้าไปขอเปลี่ยนแนวปฏิบัติกับกัมพูชาเพื่อให้เจ้าของเอกสารสิทธิ์เข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ได้
ส่วนประชาชนที่มีเอกสารสิทธิ์ สค.1 ซึ่งยังไม่สามารกำหนดแนวเขตต่างๆได้ชัดเจน เบื้องต้นจะให้มีการตรวจสอบในเรื่องของการอ้างสิทธิในการครอบครอง และประสานงานไปชี้แนวให้ชัด เพื่อนำข้อมูลไปอ้างในการกำหนดเส้นเขตแดน ในกระบวนเจรจาเอ็มโอยู 2543
ยืนยันไม่เลิกเอ็มโอยู2543
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ที่บางฝ่ายต้องการให้ยกเลิกเอ็มโอยูปี2543 ก็อยากชี้แจงว่า ขณะนี้การที่มีเอ็มโอยูปี2543 ซึ่งระบุว่า ที่ดินที่กัมพูชาครอบครองอยู่ในเขตที่ยังไม่มีข้อยุติในการปักปันเขตแดนนั้นไม่สามารถเอาไปอ้างสิทธิได้ ดังนั้นถ้าเอ็มโอยูถูกยกเลิกชุมชนกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาก็จะอ้างทันทีว่าครอบครองมานานแล้ว และกลายเป็นการแบ่งเขตแดน สุดท้ายอาจนำไปสู่การสู้รบ ซึ่งจะทำให้ประชาชนตามแนวชายแดนไม่สามารถอยู่อย่างปกติสุขได้
แจงรัฐไม่เคยบอกคนไทยรุกล้ำเขตแดนเขมร
ทั้งนี้นายกฯได้นำแผนที่บริเวณ บ้านหนองจาย อ.โคกสูง จ.สระแก้ว พร้อมกับนำเทคนิคซ้อนภาพ เพื่อแสดงแผนที่เขตแดนไทย-กัมพูชา บริเวณที่เป็นปัญหาระหว่างหลักเขตที่ 46 และ 47 รวมทั้งนำคลิปวิดีโอที่คณะคนไทยถ่ายไว้ ระหว่างเดินทางลงพื้นที่ ตั้งแต่ต้นจนจบ มาแสดงควบคู่กันไปด้วย เพื่อแสดงให้เห็นถึงเส้นทางการเดินเท้าของคนไทยทั้งหมด พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยระบุว่าทั้ง 7 คน ไทยถูกจับกุมอยู่ในพื้นที่ของกัมพูชา
นายอภิสิทธิ์ชี้แจงว่าพื้นที่ชายแดนที่ สระแก้วไม่เหมือนเขาพระวิหาร เพราะมีหลักเขตอยู่แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า เขตแดนเป็นเส้นตรงลากระหว่างหลักเขต ที่ 46 ไปยัง 47 แต่ก็ยังไม่มีข้อยุติเนื่องจากยังมีความไม่ชัดเจนว่าหลักเขตที่ปรากฎอยู่ในพื้นที่ถูกต้องตามหลักเขตที่ปรากฎในแผนที่หรือไม่
"นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้อาสาที่จะไปรับฟังกลุ่มประชาชนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีปัญหาไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่ตัวเองได้ก็ได้อนุญาตให้ไป ซึ่งได้บอกนายพนิชว่าหากไปถึงพื้นที่แล้วก็ขอให้ปรระสานเข้ามา แต่ก็ได้รับการติดต่อหลังจากถูกจับกุมแล้วในวันที่ 29 ธ.ค."
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หลังทั้ง 7 คนไทยถูกจับกุม รัฐบาลได้พยายามเจรจากับกัมพูชา ว่า ในเมื่อเส้นเขตแดนยังไม่เป็นที่ยุติจะส่งคืนตัวบุคคลได้หรือไม่ แต่ปรากฎว่าทั้ง 7 คนไทยกลับถูกนำตัวไปที่พนมเปญ วันที่ 30 ธ.ค.จึงได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศได้เดินทางไปกัมพูชาว่าเพื่อสอบถามว่าทำไมไม่ส่งตัวกลับ ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าทั้ง 7 คนล้ำเข้าไปในเขตแดนและได้ให้วีดีโอที่ถ่ายโดยคณะ 7 คนไทยกลับมา
วันที่ 31 ธ.ค.รัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่เพื่อยืนยันการจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่กัมพูชาได้พาไปยังจุดพิกัดที่ถูกจับ แต่เจ้าหน้าที่ก็ได้ย้อนกลับไปที่จุดสุดท้ายที่ปรากฎในวีดีโอเพื่อวัดพิกัดเช่นเดียวกัน ข้อเท็จจริงที่ปรากฎคือ เมื่อทาบทั้ง 2 จุดกับเส้นเขตแดนพบว่าทั้งสองจุดอยู่หลังเส้นตรงระหว่างหลักเขต 46-47
เมื่อได้พิกัดมาแล้วรัฐบาลก็ทำหนังสือไปยังกัมพูชา โดยยืนยันว่า ไม่มีการรุกล้ำเข้าไปและบุคคลทั้ง 7 ไม่มีเจตนาเข้าไปในเขตแดนกัมพูชา ตลอดจนได้เร่งรัดขอให้ศาลตัดสิน ซึ่ง 5 คนไทยได้เซ็นหนังสือเพื่อขอให้ศาลเร่งรัด ขณะที่อีก 2 คนไม่ได้เซ็นหนังสือ ศาลจึงตัดสินใจ 5 คนมาก่อน







