posttoday

'จุรินทร์-ชัยชนะ'รุมโต้'เศรษฐา'ปมฝ่ายค้านโลกงงใครขอร่วมรัฐบาล

04 เมษายน 2567

ศึกซักฟอกรัฐบาล : 'จุรินทร์'ชี้ไอ้โม่งปล่อยข่าวปชป.ขอร่วมรัฐบาล ฝาก'เศรษฐา'จำคำพูดตัวให้ดี314เสียงพอแล้ว 'ชัยชนะ'ท้าเปิดชื่อพรรคไหน อย่าพูดจาลอยๆเป็นผู้นำประเทศต้องรับฟังคนวิจารณ์ ปชป.25เสียงรักสามัคคีกันดี

นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 เมื่อวานนี้ (3เม.ย.67)ฝ่ายค้านทุกพรรคทำหน้าที่ได้ดีทุกคนมีความตั้งใจ ใครหลายคนที่รอปชป.อภิปรายเกี่ยวกับกระบวนยุติธรรมปมนักโทษเทวดาขอให้รอวันนี้อีกวัน

ส่วนกรณีนายกฯเศรษฐา ทวีสินตอบโต้ว่าหากถูกเปรียบเทียบเป็นแมลงวัน ผู้อภิปรายคงเป็นแมลงหวี่ว่านายกเปรียบเทียบกับแมลงหวี่สะท้อนจิตใต้สำนึกของรัฐบาลเทวดา ซึ่งถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีจะไม่เทียบกับแมลงหวี่เพราะไม่เป็นผลบวกกับตนเอง เพราะแปลว่า"รำคาญเสียงสะท้อนการทำงานของรัฐบาล"

'จุรินทร์-ชัยชนะ'รุมโต้'เศรษฐา'ปมฝ่ายค้านโลกงงใครขอร่วมรัฐบาล

ขณะที่ประเด็นนายกฯเศรษฐาเปรียบพรรคการเมืองหนึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่โลกงง บางวันเป็นฝ่ายค้าน บางวันจะไปขอร่วมรัฐบาล จะหมายถึงพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายจุรินทร์ระบุว่านายกฯเศรษฐาให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าเสียงที่มีอยู่ขณะนี้ (314 เสียง) เพียงพอแล้วในการเป็นรัฐบาลขอให้จำคำพูดตัวเองไว้ด้วย และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ทำให้เสียสมาธิ เกี่ยวกับการจะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่เพราะการทำงานของตนเป็นคำตอบอยู่แล้ว

ส่วนมากมองว่าเป็นการวางยาก่อนการอภิปรายหรือไม่นายจุรินทร์ไม่ขอวิจารณ์  แต่มองว่าข่าวนี้เหมือนไอ้โม่ง  ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนอย่างไรและเมื่อถามย้ำว่า ที่นายจุรินทร์บอกให้นายกฯเศรษฐาจำคำพูดของตัวเองหมายความว่าอย่างไร หรือสุดท้ายต้องอาศัยเสียงประชาธิปัตย์ในอนาคตหรือไม่ นายจุรินทร์ไม่ขออธิบายต่อถือว่าวันนี้ได้ทำหน้าที่ของตัวเองดีแล้ว 

ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่นายกฯเศรษฐา ระบุว่า ฝ่ายค้านโลกงง วันหนึ่งเป็นฝ่ายค้าน แต่อีกวันมีข่าวขอเข้าร่วมรัฐบาลขอให้ระบุมาเลยว่าเป็นใคร พรรคไหน อย่าพูดจาลอย ๆเพราะเป็นผู้นำประเทศผู้นำประเทศ ต้องมีวุฒิภาวะ การที่จะออกมาพูดกับสังคมให้น่าเชื่อถือ

ต้องออกมาระบุว่า เป็นใคร เพราะฉะนั้นคิดว่าการถามตอบสภาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 เป็นหน้าที่ที่ฝ่ายค้านต้องวิจารณ์และแนะนำรัฐบาล โดยสิ่งที่ผู้นำประเทศควรทำ คือ การรับฟัง แนะนำไปแก้ไขจุดบกพร่อง 

'จุรินทร์-ชัยชนะ'รุมโต้'เศรษฐา'ปมฝ่ายค้านโลกงงใครขอร่วมรัฐบาล

"หากทำตัวเป็นซุปเปอร์แมนไม่ฟังใคร ผมคิดว่าบริหารประเทศไม่ได้ ด้วยผู้นำที่มีวุฒิภาวะมีหลักการในการทำงาน สิ่งไหนที่ผิดต้องกล้ารับผิด สิ่งไหนที่ยังไม่ถูกต้อง ไม่ทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน" นายชัยชนะ กล่าว

สำหรับบรรยากาศการอภิปรายของฝ่ายค้านวานนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นบรรยากาศการเมืองที่ดี เนื่องจากการประท้วงมีน้อยมาก โดยฝ่ายค้านได้หยิบยกข้อเท็จจริง ที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำตลอด 7 เดือน มาวิจารณ์และแนะนำในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมถามกลับว่าการที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูดแบบนี้คิดอย่างไร ขอให้นายกรัฐมนตรีเรียกสติ ให้ดีตั้งสติให้ดี ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล นั่นคืองานการเมือง หลักเดียวกัน คือ การนำพาประเทศชาติให้มีความมั่นคง

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตตั้งแต่ตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ว่ามีแนวโน้มจะไปร่วมกับรัฐบาล จึงอาจทำให้ถูกตีความเป็นพรรคประชาธิปัตย์  นายชัยชนะ กล่าวว่า นั่นเป็นเพียงการคาดเดา เหมือนกับหมอดูทำนาย ถ้าเป็นจริงก็เหมือนหมอดูทำนายถูก ตนคิดว่าเป็นเพียงการคาดการณ์ แต่นั่นคือข่าว ส่วนตัวยังไม่ทราบว่าเกิดข่าวนี้มาได้อย่างไร 

ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ปล่อยข่าวเอง เราจะปล่อยไปเพื่ออะไร เราเป็นฝ่ายค้าน และวานนี้การทำหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ในการอภิปรายก็ทำอย่างครบถ้วน และทำหน้าที่อย่างเต็มที่ การที่จะมากล่าวหาเลยลอยๆ และยึดตามข่าวที่เป็นอยู่ หรือยึดตามใจตัวเอง คิดว่าไม่ใช่ เพราะประเทศนี้เป็นของประชาชน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ไปร่วมรัฐบาลในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งหน้า นายชัยชนะ ระบุว่า ตนจะยืนยันได้อย่างไรในเมื่อวันนี้เราเป็นฝ่ายค้าน การปรับคณะรัฐมนตรีไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายค้าน แต่เป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี เรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึงตนพูดไม่ได้ แต่วันนี้เราเป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว

ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าเป็นฝ่ายค้านโลกงง จะทำให้สส.ที่คิดจะย้ายไปอยู่ร่วมรัฐบาลคิดได้หรือไม่ นายชัยชนะ ถามกลับว่า ที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่าโลกงง และขอเข้าร่วมรัฐบาลให้ระบุให้ชัดเจนว่าเป็นพรรคไหน เพราะหากไปกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ก็คงไม่ใช่ พร้อมกับระบุว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันระหว่างสมาชิกภายในพรรคประชาธิปัตย์และยังคงทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นข่าวที่ออกมาก็เป็นข่าว ต้องคิดว่าข่าวนี้ออกมาก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 เพียงไม่กี่วันเพื่ออะไร อันนี้ถึงต้องมองการเมืองด้วย เพราะฉะนั้น ยังยืนยันว่าเราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอยู่ และไม่ทราบว่ามีชื่อตนปรากฏอยู่ได้อย่างไร 

เมื่อถามว่าถูกวางยาใช่หรือไม่ นายชัยชนะ ระบุว่า คิดได้ทั้งหมดจะโดนวางยาก็ได้ หรืออาจจะโดนเข้างานของใครก็ได้ หรืออาจจะมาจากผู้ประสงค์ดีหรือประสงค์ร้ายก็ได้ เข้าใจการเมืองไทย แต่อยากจะบอกว่าวันนี้บรรยากาศทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปแล้วซึ่งเมื่อหยิบยกข้อมูลข้อเท็จจริงมาอภิปราย ก็ไม่มีการยกมือคัดค้าน ซึ่งนายกรัฐมนตรี ต้องรับในข้อวิจารณ์ หากท่านเป็นซุปเปอร์แมนท่านไม่ต้องยอมรับ ท่านทำคนเดียวได้ท่านเป็นซุปเปอร์แมน แต่วันนี้ท่านต้องทำงานร่วมกับคน 67 ล้านคน สภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 500 คน ต้องยอมรับข้อเท็จจริง ซึ่งนโยบายต่างๆ ที่แถลงไว้ แล้วทำไม่ได้ ก็ต้องถูกทวงถาม พร้อมยืนยันว่า สส.25 คน ของพรรคประชาธิปัตย์ ยังรักกันดี ผูกพัน และสามัคคีกันดี พร้อมขอให้ตามกันอภิปรายในวันนี้เพราะการอภิปรายตามมาตรา 152 เป็นการเสนอแนะทางความคิด แนะนำติติงรัฐบาล ตนคิดว่าหลักการในการอภิปรายในข้อมูลและข้อเท็จจริงในการบริหารประเทศอยู่ที่การอภิปรายตามมาตรา 151 ซึ่งต้องรอสมัยการประชุมหน้า แต่หากอภิปรายเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น ต้องรอให้รัฐบาลได้ใช้งบประมาณก่อน