
มทภ.2 แจ้งเขมรรื้อถอน"ป้ายหิน"
แม่ทัพภาค 2 ประสานทหารเขมร ขอให้รื้อถอนออก “แผ่นหินแกะสลัก” ประณาม”ทหารไทยผู้รุกราน” ออก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา อาจมีผลต่อดินแดน ขู่ประท้วง ถ้าไม่เลิก ฝ่ายไทยจะทำป้ายบ้าง “ทหารเขมรรุกราน” บ้าง
แม่ทัพภาค 2 ประสานทหารเขมร ขอให้รื้อถอนออก “แผ่นหินแกะสลัก” ประณาม”ทหารไทยผู้รุกราน” ออก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา อาจมีผลต่อดินแดน ขู่ประท้วง ถ้าไม่เลิก ฝ่ายไทยจะทำป้ายบ้าง “ทหารเขมรรุกราน” บ้าง
พลโท ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาค 2 กล่าวว่า กำลังประสานให้ทหารกัมพูชา รื้อถอน การสลักแผ่นหินที่มีข้อความภาษาเขมรประณาม “ทหารไทยู่รุกราน” ออกเสีย เนื่องจากพื้นที่วัดแก้วฯ เป็นพื้นที่ปัญหาใน 4.6 ตารางกม.ที่ยังไม่ปักปัน ก็ถือว่า เป็นของไทยเช่นกัน และในข้อตกลงคือ ห้ามสร้างอะไร ที่จะเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นเจ้าของดินแดน เพิ่มขึ้นมา
“แผ่นหินแกะสลัก นี้ ถ้าไม่มีการนำขึ้นศาลโลก ในเวลาต่อสู้ทางกฎหมายในเรื่องดินแดน ก็ไม่มีอะไร แต่ถ้ามีการนำไปใช้ ก็จะมีผล เพราะมันเป็นการแสดงสิทธิเหนือพื้นที่ตรงนั้น ซึ่งเรายอมไม่ได้ ผมบอกทางเขมรเขาไปว่า เอาออกเถอะ ผมไม่อยากให้มีปัญหาปวดหัว” พลโท ธวัชชัย กล่าว
แม่ทัพภาค 2 กล่าวว่า ตอนนี้กัมพูชา ยังไม่ตอบว่า จะทำตามที่เราขอไปหรือไม่ เพราะถ้าไม่ยอม ก็คงต้องมีการประท้วงกันบ้าง
“ถ้าเขาไม่รื้อ แล้วเดี๋ยว ผมจะทำป้าย บ้างนะ เขียนว่า เขมรรุกรานแผ่นดินไทย จะให้ทำอย่างนั้นหรือ” แม่ทัพภาค 2 กล่าว
ทั้งนี้ เนื่องจาก หลังทหารไทย ถอนกำลังออกจากวัดแก้วสิขาคีรีสวารา เชิงปราสาทเขาพระวิหาร ตั้งแต่ 1 ธ.ค.2553 ที่ผ่านมา ทหารกัมพูชา ได้สลักข้อความบนแผ่นหินใหญ่ ฉาบด้วยสีทอง เป็นภาษาเขมร ที่หน้าวัดแก้วสิขาคีรีสวารา ประณาม ทหารไทยเป็น “ผู้รุกราน” โดยระบุชื่อ พลโท กนก เนตระคะเวสะนะ เมื่อครั้งเป็น ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี และผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 เป็นผู้นำทหารไทยกว่า 200 คน บุกขึ้นไปอยู่บนวัดแก้วฯ เมื่อ 15 ก.ค.2551 ถือเป็นการรุกรานเพราะเป็นผืนแผ่นดินเขมร
พลโท กนก เนตระคะเวสนะ ที่ต่อมาขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาค 2 และวันนี้ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ระบุว่า ที่ต้องนำกำลังทหารราว 20 คนแรก บุกขึ้นไปบนวัดแก้วฯ ซึ่งอยู่เชิงปราสาทเขาพระวิหาร ราว 300 เมตร เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็เพื่อช่วยเหลือ คนไทยกลุ่มธรรมยาตรา 3 คน ที่ประท้วงแล้วมุดแนวรั้วประตู เข้าไปที่ทางขึ้นปราสาท แล้วถูกทหารเขมรจับกุมตัวไป
“ตอนนั้น เราใช้คณะกรรมการประสานงานไทย-กัมพูชา ขอให้เขมรปล่อยตัวทั้ง 3 คนไทย แต่เขาไม่ยอมปล่อย ผมก็ขออนุมัติในการนำกำลังทหาร บุกขึ้นไป จนไปถึงวัดแก้วฯ แล้ววางกำลังที่นั่น ซึ่งมีทหารเขมรอยู่มานาน เพื่อสกัดไม่ให้ทหารเขมร เอา 3 คนไทย ลงไปทางบ้านโกมุย ที่สำคัญ วัดแก้ว ก็สร้างขึ้นในพื้นที่ที่ก็ถือว่า เป็นของไทยเหมือนกัน ทหารไทยก็มีสิทธิ์ขึ้นไปอยู่ได้ แต่ที่ผ่านมาเกือบ 10 ปี ทหารไทยไม่ได้ไปอยู่ มีทหารเขมรอยู่ เราก็ประท้วงไปเขาก็ไม่ยอมออก” พลโท กนก กล่าว
พลโท กนก กล่าวว่า ฝ่ายทหารเขมรก็ตกใจเหมือนกันที่จู่ๆ ตนเองและทหารบุกขึ้นไปถึงวัดแก้วฯ เพราะที่ผ่านมาทหารไทยไม่เคยเข้าไปถึงที่นั่น แต่ผมยึดตามแผนที่ 1ต่อ 5 หมื่น ที่นั่นเป็นของไทย ผมก็พาทหารไทยไปอยู่ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ในเมื่อไม่ยอมคืนคนไทยทั้ง 3 คนให้ผม ผมก็ต้องไปช่วยคนไทย
จนที่สุด เขมรยอมปล่อยทั้ง 3 คนไทย แล้วผมก็ขอเอกสารหลักฐานรูปถ่ายที่ทหารเขมรทำบันทึกไว้ทั้งหมดคืน แล้วผมก็ได้รับคำสั่งให้อยู่ต่อไปก่อน แล้วก็เลยอยู่นานเลย โดยที่ตนเองขึ้นไปอยู่กับทหารลูกน้องด้วยตนเอง นอนในวัด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และอยู่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า เราก็เป็นเจ้าของผืนแผ่นดินตรงนี้ด้วย ในเมื่อยังปักปันไม่ได้
“ขึ้นไปอยู่ตรงนั้น กดดันมาก เพราะเรามีทหารแค่ 20 คน โดนทหารเขมรล้อมอยู่ เพราะกำลังเราน้อยกว่า แล้วทหารเขมรก็ดูไม่พอใจเรา ก็มีด่าอะไรบ้าง เป็นภาษาเขมร แต่เราก็ต้องอดทน เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะวางกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ ตอนนั้นผมก็คิดแล้วว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราจะสู้ยังไง ดูแลลูกน้องยังไง เพราะมันเกิดขึ้นได้ตลอด ผมก็พยายามผ่อนคลาย ด้วยการชวนผู้นำทหารเขมร เขาเล่นกีฬา ชนไก่ งัดข้อ ถือว่าเรามาแบบสันติ แล้วก็อยู่อย่างสันติ” พลโท กนก กล่าว
เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่ทหารเขมรประณามว่าเป็นทหารผู้รุกราน พลโท กนก กล่าวว่า ผมถือว่าผมได้ทำหน้าที่ของทหารไทย ในการปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทย ถ้ามองในแง่ดี ก็ต้องขอบคุณเขมรที่ยกย่องผม แบบนี้ เพราะผมจะถือว่า เพราะผมทำหน้าที่ เพราะตรงนั้นก็พื้นที่ของไทยเช่นกัน
แต่สิ่งนี้มันจะสำคัญในอนาคตตรงที่เราก็ได้บันทึกประวัติศาสตร์แล้วว่า เราก็ขึ้นไปแสดงความเป็นเจ้าของพื้นที่ของเราด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ปล่อยให้ทหารเขมรยึดครองอยู่ฝ่ายเดียว
เมื่อถามถึงการที่ทบ.สั่งถอนทหารไทยออกจากวัดแก้วฯ เมื่อ ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เราเสียเปรียบอย่างไรหรือไม่ พลโท กนก กล่าวว่า ก็ต้องถามคนที่รับผิดชอบว่า เขามีเหตุผลอะไรที่ทำแบบนี้ เพราะสถานการณ์มันก็เปลี่ยนไปบ้าง แต่ที่บนวัดแก้วฯ นั้นสำคัญ เพราะเป็นเส้นทางที่ใกล้ปราสาท และทางไปบ้านโกมุย และฐานทหารที่วางกำลังของฝ่ายเขมร เขาอาจจะกลัวว่า ทหารเราจะไปบุกยึดเขาก็อาจเป็นได้ เพราะที่ผ่านมา สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ก็เรียกร้องให้ทหารไทยถอนกำลังออกมาโดยตลอด
“เรื่องที่เกี่ยวกับเขตแดน และพื้นที่ปัญหารอบปราสาทเขาพระวิหาร เราต้องทำอย่างรอบคอบ อย่าให้เสียเปรียบ เพราะมันจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์เลยว่า ในยุคไหน ใครทำอะไรไว้บ้าง ไม่อย่างนั้น ชนรุ่นหลังจะตำหนิเอาได้” พลโท กนก กล่าว
เมื่อถามว่า ตอนนั้นท่านยังบุกไปช่วย 3 คนไทย แต่มากรณี 7คนไทยที่ถูกทหารเขมรจับกุมที่ อรัญประเทศ ทหารไทยสามารถเข้าไปช่วยทันทีเลยไดหรือไม่ พลโท กนก กล่าวว่า สถานการณ์และสภาพภูมิประเทศ แตกต่างกัน ตนจึงไม่อาจตอบได้ว่า ทหารควรทำอย่างไร แต่ตนเชื่อว่ามีเวลามากพอ ที่เราจะตัดสินใจทำอะไร กว่าที่เขาจะนำตัว 7คนไทยไปพนมเปญ
“ผมยังเป็นทหารอยู่ในราชการอยู่ ก็พูดไม่ได้ว่า เขาทำถูกผิดอย่างไร เพราะสถานการณ์ของผมและสภาพภูมิประเทศ มันแตกต่างกัน ผมอยู่ที่นั่นมาตลอดชีวิตรับราชการ ผมหลับก็นึกออกหมดว่า ศรีสะเกษ และชายแดนเป็นยังไง เราก็วางแผนได้ถูกต้อง” พลโท กนก กล่าว
พลโท กนก เรียกร้องให้ คนไทยที่เก่งด้านกฎหมาย ต่างๆ ด้านประวัติศาสตร์ ความร่วมมือกันในการต่อสู้ด้านกฎหมาย กับกัมพูชา เพื่อความได้เปรียบ เพราะเกรงว่า จะส่งผลต่อ การปักปันเขตแดนในอนาคต เช่นเดียวกับ คำตัดสินของศาลกัมพูชา ต่อ 5 คนไทยที่ รุกล้ำดินแดนเขมร แม้โดยไม่ตั้งใจ แต่ก็ถือว่า เป็นการยอมรับว่า ตรงนั้น เป็นแผ่นดินเขมร ทั้งๆที่ยังไม่ได้ปักปันกันเลย







