
'อิทธิพร'เผยกกต.รับคำร้องยื่นยุบก้าวไกลปมล้มล้างการปกครองแล้ว
อิทธิพร บุญประคอง เผยกกต.รับคำร้องยื่นยุบก้าวไกลหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยขอแก้ไข112เข้าข่ายล้มล้างการปกครองไม่ยืนยันกรอบเวลาแต่จะดำเนินการไม่ชักช้า ย้ำยื่นยุบพรรคการเมืองทำตามหน้าที่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการทำงาน
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า คดียุบพรรคก้าวไกลหลังศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยคดีล้มล้างการปกครอง มีคำวินิจฉัยในคดีล้มล้างการปกครองกรณีเสนอแก้ไขมาตรา112 เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้งเป็นข้อเท็จจริงที่ทราบโดยทั่วไปจากคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 จากนั้นวันที่1-และ 2 กุมภาพันธ์2567มีผู้มายื่นร้องต่อกกต.โดยเร็ววันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักงาน กกต. เสนอเรื่องตามกระบวนการให้กรรมการรับทราบ
นายอิทธิพร กล่าวต่อว่า กกต.ขอให้สำนักงานและนายทะเบียนไปศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเท่าที่มีอยู่ในวันที่มีคำวินิจฉัยและศึกษาว่าตาม พ.ร.ป. พรรคการเมืองต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่และวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 มีการเสนอเรื่องมาแล้วว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการศึกษา แต่เพื่อความรอบคอบและเพื่อความเป็นธรรมความชัดเจนจะให้ศึกษาคำวินิจฉัยกลางซึ่งตามแนวทางทำงานทราบมาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะออกคำให้ใช้ภายในสองสัปดาห์หรือ 15 วันหรืออาจจะเป็นภายในสัปดาห์นี้เมื่อมีข้อมูลครบถ้วนก็ถึงเวลาวินิจฉัยก็ต้องวินิจฉัยตามนั้น
อย่างไรก็ตาม นายอิทธิพร กล่าวว่าไม่ยืนยันกรอบเวลาดำเนินการ แต่จะดำเนินการโดยไม่ได้ชักช้า ยังชี้ว่าขึ้นอยู่กับกระบวนการศึกษาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและเอกสารประกอบคำวินิจฉัยและพิจารณาว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ซึ่งเป็นเรื่องข้อกฎหมายที่กำหนดไม่ชัดในมาตรา 92 และมาตรา 93
กระบวนการดำเนินการเป็นไปได้ที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่นายที่นายทะเบียนตั้งที่อาจจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งได้ดำเนินการคู่ขนานกันไประหว่างสำนักงานเสนอความเห็นว่าเรื่องนี้มีหลักฐานอันควรเชื่อว่า และนายทะเบียนก็ต้องดูว่าเรื่องนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างไรหรือไม่
"กกต.ยื่นยุบพรรคการเมืองทำตามหน้าที่กฎหมายไม่ได้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใด แต่ก็ยอมรับว่าห้ามความคิดของบุคคล หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของการยื่นยุบพรรคการเมืองที่อยู่ตรงข้ามผู้มีอำนาจคดียุบพรรคขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงปรากฏโดยไม่ได้ดูชื่อพรรคว่าเป็นพรรคการเมืองใดที่ผ่านมาใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการทำงานโดยแท้" นายอิทธิพร กล่าว







