
กลยุทธ์ปั้นโลก ทุ่มหยวนสร้างโครงข่ายพญามังกร
ต้อนรับสู่ยุคเครือข่ายเศรษฐกิจจีน...!”
ต้อนรับสู่ยุคเครือข่ายเศรษฐกิจจีน...!”
...ทีมข่าวต่างประเทศ
ต้อนรับสู่ยุคเครือข่ายเศรษฐกิจจีน...!”
อาจจะไม่ผิดนักถ้าจะกล่าวเช่นนี้ เพราะเมื่อพิเคราะห์ถึงยุคนี้ ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็จะเห็นความเชื่อมโยงของหลายๆ สิ่งที่ล้วนพุ่งบรรจบเข้าหาจีนทั้งสิ้น
หลังก้าวพ้นจากวิกฤตการเงินโลก จีนมานะพยายามสร้างหน้าใหม่ของบันทึกความเคลื่อนไหวของโลกในหลายๆ ทาง ทั้งด้านการเงิน การค้า แม้กระทั่งการเมือง ให้ปักกิ่งเป็นดั่งศูนย์กลางการบรรจบของทุกๆ สิ่ง
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลหลายประเทศได้พบความจริงที่ว่า จีนเป็นพันธมิตรทางการค้าที่สำคัญมากกว่าสหรัฐ การสร้างสัมพันธ์ด้วยการเป็นคู่ค้า เป็นเพียงกลยุทธ์พื้นฐาน
ในวิถีแห่งพญามังกร การสร้างโครงข่ายทางเศรษฐกิจของพญามังกรมีใช้หลากหลายกลยุทธ์มากกว่าแค่สัมพันธ์ซื้อขาย
จีนลั่นปืนใหญ่ทางการเงินด้วยการหยิบยื่นความช่วยเหลือทางการเงินให้กับหลายประเทศ เพื่อพันผูกความสัมพันธ์ของจีนกับประเทศนั้นๆ ให้หยั่งรากลึกเพิ่มขึ้น นั่นถือเป็นกลยุทธ์หนึ่ง
ล่าสุด ยอดเงินปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งชาติจีน (China Development Bank) และธนาคารเพื่อการนำเข้าส่งออกจีน (China ExportImport Bank) สองธนาคารใหญ่ของจีนให้กับประเทศกำลังพัฒนาในช่วง 20092010 มีมูลค่าถึง 1.1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่ามูลค่าการปล่อยกู้ของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์)
ทั้งที่ในอดีตจีนคือประเทศที่รับเงินกู้ยืมจากธนาคารโลกมากที่สุดประเทศหนึ่ง แต่ในวันนี้กลยุทธ์ในการปั้นโลกในแบบของมังกรทำให้ โรเบิร์ต โซลลิก ประธานธนาคารโลก ต้องเอ่ยหารือและร่วมปันประสบการณ์ในการสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาจากจีนเมื่อครั้งที่โซลลิกเดินทางเยือนจีนเมื่อปีที่แล้ว
สะท้อนให้เห็นถึงภาพของความพยายามในการกำกับรูปแบบและทิศทางโลกให้เป็นรูปแบบของจีน
ในเวลาเดียวกัน ปักกิ่งกำลังสร้างพื้นฐานและบทบาทของสกุลเงินหยวนในระบบตะกร้าการเงินสากลระหว่างประเทศ
หยวน มีอิทธิพลในเชิงการค้าและกระจายวงกว้างมากขึ้นชัดเจน
จีนเปิดเวทีการค้ากับหลายประเทศในโลกมากขึ้น โดยประเทศคู่ค้าของจีนได้รับการผลักดันภายใต้เงื่อนไขการซื้อขายและการชำระเงินด้วยสกุลเงินหยวน ไม่ว่าจะเป็นการค้าระหว่างจีนกับอาร์เจนตินา มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย
ล่าสุด แบงก์ ออฟ ไชนา ธนาคารรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของจีน ตามมูลค่าของสินทรัพย์ยังเปิดโอกาสให้การเข้าถึงเงินหยวนเป็นเรื่องง่ายขึ้นในสหรัฐ ด้วยการเปิดให้มีการแลกเปลี่ยน ฝาก ถอน ด้วยสกุลเงินหยวนผ่านสาขาธนาคารในนิวยอร์ก และลอสแองเจลิส แม้จะถูกมองว่าเป็นเพียงก้าวเล็กๆ บนหนทางที่สุดแสนยาวไกลก็ตาม
ทว่า สิ่งนี้ทวีภาพที่หลายฝ่ายเคยปรามาสว่าเป็นเพียงความฝันลางๆ ให้ความชัดเจนมากขึ้นว่า สกุลเงินหยวนจะกลายเป็นสกุลเงินที่สำคัญติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกภายในปี 2012 ด้วยมูลค่าการทำธุรกรรมทางการค้าแต่ละปีราว 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตามที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้
กลยุทธ์การสร้างโครงข่ายทางเศรษฐกิจในรูปแบบที่สาม คือ การความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนที่ไม่ใช่แค่เพียงการขายเสื้อผ้า สินค้าอุปโภคบริโภค หรืออุปกรณ์ด้านเทคโนโลยีเท่านั้น
แต่เป็นการกระโดดเข้าไปช่วยขยายระบบสาธารณูปโภค และพลังงานในประเทศกำลังพัฒนาในหลายรูปแบบ ซึ่งมองเผินๆ แล้วแนวทางเหล่านั้นก็เป็นการสนับสนุนการค้าทั้งสองฝ่าย และเกี่ยวโยงสัมพันธ์กับปักกิ่งแน่นเฟ้นยิ่งขึ้น
ทว่า บนความสัมพันธ์และแรงผลักดันด้วยเงินจำนวนมหาศาล ย่อมหมายถึงการคำนวณและชั่งตวงถึงผลตอบแทนในระยะยาว ไม่ต่างจากแนวคิดและการหยิบยื่นของมหาอำนาจทางฝั่งตะวันตก
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การลงทุนสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติคู่ขนานไปกับท่อส่งน้ำมันดิบระยะยาวกว่า 1,200 ไมล์ จากท่าเรือจ้าวผิ่ว ในอ่าวเบงกอล ทางออกสู่ทะเลอันดามัน ซึ่งอยู่ทางด้านชายฝั่งด้านใต้ของพม่า เชื่อมเข้าสู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ทางคุนหมิง ในมณฑลยูนนาน
ซึ่งสอดคล้องกับแผนการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเข้าสู่พม่าเชื่อมต่อจากพื้นที่ตอนใต้ของจีนด้วย
พันธสัญญานี้ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นประตูสู่การนำน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกกลางเข้าสู่จีน โดยที่สามารถย่นย่อระยะทางได้มากกว่าครึ่ง แต่เป็นการกรุยทางรอให้นักธุรกิจจีนเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ในดินแดนที่ยังคงด้วยผลประโยชน์อย่างพม่า
อีกทั้งยังแฝงไว้ด้วยกลยุทธ์ทางภูมิศาสตร์การเมือง เลี่ยงไม่ให้ใครมาปิดทางนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสู่จีนได้ ในกรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ปกติ
นอกจากนี้ จีนยังร่วมทำสัญญากับบังกลาเทศ ร่วมลงทุนสร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างคุนหมิงและท่าเรือน้ำลึกคอกซ์บาซา ซึ่งรัฐบาลบังกลาเทศเองก็มีท่าทีกระตือรือร้นในการร่วมเซ็นสัญญาดังกล่าว ดั่งได้โชค โดยประกาศจะดันโครงการดังกล่าวให้เสร็จสิ้นในปี 2014 ด้วยมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 260 ล้านเหรียญสหรัฐ
เช่นเดียวกันกับลาว โครงการที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “สัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์อันแนบแน่นของจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
ลาว ที่กำลังเป็นลูกค้ารายสำคัญของจีน เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา สภาแห่งชาติลาวได้อนุมัติโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงมูลค่าการก่อสร้างกว่า 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เชื่อมระหว่างคุนหมิงไปยังเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว โดยรัฐบาลลาวยอมรับข้อเสนอด้วยการปล่อยให้จีนถือครองผลประโยชน์ในอัตราส่วน 70% ขณะที่ลาวถือหุ้นอยู่เพียง 30% เท่านั้น
กรณีดังกล่าวเป็นตัวอย่างหนึ่งของความมุมานะในการสร้างเครือข่าย และนิยามของการลงทุนที่ต้องมีผลประโยชน์ หรือผลตอบแทน...!
ขณะที่ชาวลาวกำลังตื่นเต้นกับการพัฒนาสาธารณูปโภคครั้งใหญ่ภายในประเทศที่มังกรหยิบยื่นให้ แต่ในสายตาประชาคมโลกกลับกำลังกังวลถึงผลประโยชน์ที่จีนกำลังได้จากข้อตกลงเหล่านั้น
โครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงของลาวถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ทางรัฐบาลไทยอยู่ในระหว่างการพิจารณาด้วยเช่นกัน ซึ่งไทยตั้งเงื่อนไขว่า สัดส่วนการถือหุ้นระหว่างไทยและจีนที่จะต้องไม่น้อยไปกว่า 51:49
ทั้งการควักกระเป๋าให้กู้ การผลักเงินหยวนเข้าสู่ตลาดการค้าโลก และการร่วมสร้างสาธารณูปโภคและพลังงาน ล้วนเป็นกลยุทธ์ที่จีนพยายามแทรกซึม สร้างเครือข่าย ที่เมื่อพลิกปูม รื้อเบื้องลึกแล้ว จะเห็นถึงวิถีการกรุยทางในสไตล์ของพญามังกรที่ฝังรากลึกของผลลัพธ์ให้วิ่งเข้าหาประเทศทั้งสิ้น
ท้ายที่สุด แม้ต้องยอมรับว่า อารยธรรมการสร้างเครือข่ายของพญามังกรจะส่งผลดีต่อประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งไทย แต่ “ของฟรีไม่มีในโลก” สัจธรรมอย่างหนึ่งที่ยังคงเป็นอมตะ โดยเฉพาะในธุรกิจ และเงินๆ ทองๆ ก็เป็นเรื่องที่ควรพึงระลึกไว้เสมอ







