
การปฏิรูปประเทศไทยกับประชาวิวัฒน์
พักหลังมานี้ การพัฒนาสู่ความเป็นเมือง (Urbanization) ถูกพูดถึงกันมากในฐานะปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้อุปสงค์ภายในประเทศและเศรษฐกิจขยายตัว ตัวอย่างประเทศที่เห็นได้ชัดและถูกพูดถึงมาก คือ จีนและอินเดีย เป็นประเทศที่มีการพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองอย่างมากและกระจายไปในหลายๆ เมือง ส่งผลให้ประชากรใช้ชีวิตแบบสังคมในเมืองเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น มีความต้องการรถยนต์ เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ รวมถึงบริการ ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้มีการบริโภคมากขึ้นและเป็นเหตุสำคัญที่ผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต
รัฐบาลที่ผ่านมาของไทยเองก็ดูเหมือนจะทราบถึงความจำเป็นในการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศโดยเฉพาะด้วยการพัฒนาเมืองต่างๆ นอกเขตกรุงเทพฯ สู่ความเป็นเมือง แต่ทว่านโยบายส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นอยู่แต่ในกรุงเทพฯ แม้กระทั่งล่าสุด นโยบายประชาวิวัฒน์ หรือของขวัญ 9 ชิ้นจากรัฐบาล ที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูปประเทศไทย ก็ยังคงมุ่งเน้นอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการให้สินเชื่อวงเงินราว 5,000 ล้านบาท เพื่อหมุนเวียนประกอบอาชีพโดยเฉพาะกลุ่มแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ หาบแร่แผงลอย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาชีพที่อยู่ในกรุงเทพฯ และการลดปัญหาอาชญากรรมบนท้องถนนกรุงเทพฯ โดยให้ลด 20% ภายใน 6 เดือน เป็นต้น
เพื่อพัฒนาประเทศไทยสู่ความเป็นเมือง การมุ่งเน้นปฏิรูปกรุงเทพฯ เป็นเรื่องจำเป็น แต่แค่นั้นคงไม่พอ แม้ว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองหลักของประเทศ แต่จะพึ่งพิงการเติบโตของกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ แล้วควรทำอย่างไรให้เมืองต่างๆ โตขึ้น
หากจะรอการส่งเสริมจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว หรือทำทุกอย่างแบบเดิมๆ คงไม่พอที่จะทำให้เมืองนอกเขตกรุงเทพฯ โตอย่างก้าวกระโดดได้ ดังนั้น คำตอบง่ายๆ คือทำอย่างไรก็ได้ที่สามารถปลดล็อกข้อจำกัดจากปริมาณอุปสงค์ภายในท้องถิ่นที่มีอยู่ไม่มากนัก ซึ่งนั่นหมายถึงมุ่งเน้นการผลิตเพื่อส่งออก การเพิ่มมูลค่าสินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรเพื่อส่งออก หรือการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ยกตัวอย่างเช่น ชลบุรีซึ่งเป็นเมืองที่จำนวนผู้บริโภคในเขตเทศบาลเติบโตกว่า 70% ภายใน 7 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ภายใต้การดูแลของการนิคมอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทยมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออก อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2009 สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ เป็นรองแต่กรุงเทพฯ และเพราะชลบุรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่านักท่องเที่ยวไทย จึงทำให้สามารถตั้งราคาได้สูงกว่าแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยเป็นหลัก
จากการวิเคราะห์ของเราโดยดูจากราคาห้องพักโรงแรมที่มีมาตรฐานเดียวกัน เครือเดียวกัน ระดับห้องพักเหมือนกัน เข้าพักในช่วงเวลาเดียวกัน จะเห็นว่านักท่องเที่ยวเต็มใจจ่ายค่าห้องพักในพัทยาสูงกว่าห้องพักในหัวหินอยู่ราว 20% ซึ่งสะท้อนให้เห็น
“Pattaya premium” ได้เป็นอย่างดีแล้วจะปลดล็อกอย่างไร เมืองต่างๆ ควรคิดถึงการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้ว (leverage) ให้เต็มที่มากขึ้น เช่น พระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองที่มีแม่น้ำหลายสายเชื่อมต่อถึงแม่น้ำเจ้าพระยาช่วยให้ประหยัดค่าขนส่งจากการขนส่งทางน้ำแทนทางบก หรือสุราษฎร์ธานี เมืองร้อยเกาะ มุ่งพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับโลก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ใช่ทุกเมืองมีทรัพยากรธรรมชาติเป็นทุนเดิม โดยเฉพาะประเทศไทยที่เมืองส่วนใหญ่เป็นเมืองเกษตรกรรม ทางออกที่ดีที่สุดคือควรสร้างเอกลักษณ์ขึ้นมาใหม่เอง (Create) ซึ่งนั่นรวมถึงการทำการตลาดที่ถูกต้องเพื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง
ตัวอย่างการสร้างเอกลักษณ์ของท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ คือ พาม่าแฮม (Parma ham) แฮมที่มีราคาสูงและเป็นที่นิยมมาก ถึงขนาดถูกจัดให้เป็น 1 ในอาหารที่ต้องลิ้มรสก่อนตายในหนังสือขายดี
“1001 foods you must try before you die” แท้จริงแล้วคือแฮมแห้งชนิดหนึ่งที่ถูกทำขึ้นด้วยวิธีการเลี้ยงหมูและปรุงรสของคนท้องถิ่นในเมืองพาม่า (Parma) ประเทศอิตาลีวิธีดังกล่าวช่วยเพิ่มมูลค่าโดยเห็นได้จากราคาพาม่าแฮมที่ทำเองในประเทศไทย มีราคาสูงกว่าแฮมแห้งทั่วไปเกือบเท่าตัว หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง คือ เนื้อโกเบ เนื้อวัวที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติและราคาที่สูงมาก เป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องพันธุกรรมและการเลี้ยงดูของชาวเมืองโกเบ เช่นเดียวกันวิธีดังกล่าวเพิ่มมูลค่าของเนื้อวัวอย่างเห็นได้ชัดโดยราคาเนื้อโกเบนำเข้าสูงกว่าราคาเนื้อออสเตรเลียนำเข้า ถึงกว่า 6 เท่าตัวทีเดียว
เห็นอย่างนี้แล้วนึกสงสัยว่าทำไมประเทศไทยจึงไม่มีตัวอย่างแบบนี้บ้าง ทั้งๆ ที่เรามีผลิตภัณฑ์มากมายที่มีศักยภาพพอจะพัฒนาต่อไปได้ เช่น เนื้อหมูชั้นเลิศ (ถึงขนาดทำพาม่าแฮมเองได้ในประเทศไทย) ไส้กรอกอีสาน ไส้อั่ว หรือดอกกล้วยไม้... และหากทำได้จริง การพัฒนาสู่สังคมเมืองของเมืองต่างๆ นอกเขตกรุงเทพฯ และของประเทศไทย คงไม่ไกลเกินเอื้อม ซึ่งจะผลักดันให้อุปสงค์ภายในประเทศและเศรษฐกิจขยายตัวได้ในที่สุด







