posttoday
ตร.จ่อออกหมายจับเสธ.แดงซ่องสุมอาวุธสงคราม

ตร.จ่อออกหมายจับเสธ.แดงซ่องสุมอาวุธสงคราม

21 มกราคม 2553

ตร.บุกค้นบ้านเสธ.แดงพบอาวุธสงครามเพียบ เตรียมคุมตัวจากสนามบินสุวรรณภูมิมาสอบ หลังบินกลับจากหาดใหญ่

ตร.บุกค้นบ้านเสธ.แดงพบอาวุธสงครามเพียบ เตรียมคุมตัวจากสนามบินสุวรรณภูมิมาสอบ หลังบินกลับจากหาดใหญ่

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) นำทีมตำรวจครบาล ตำรวจกองปราบปราม และตำรวจสันติบาล เข้าตรวจค้นบ้านพักของ พล.ต.ขัตติยะ  สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก หรือเสธ.แดง บริเวณชุมนุมยานเกราะ โดยขณะที่การตรวจค้น พล.ต.ขัตติยะไม่ได้อยู่ที่บ้าน เจ้าหน้าที่ตรวจพบอาวุธระเบิดเอ็ม 26 ภายในรถตู้และเครื่องกระสุน เสื้อเกราะและอาวุธปืนภายในบ้านอีกจำนวนหนึ่ง จึงทำการยึดอาวุธดังกล่าวเพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป จากนั้นได้ควบคุมตัวทหารดูแลบ้านและผู้ดูแลบ้าน ซึ่งเป็นพลเรือน ไปสอบสวนหาที่มาของอาวุธดังกล่าวแล้ว  

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้บุกเข้าตรวจบ้านพักของนายทหารคนหนึ่ง ใน ม.พัน 3 ที่อยู่ไม่ห่างบ้านพักเสธ.แดง โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยมีรายงานข่าวว่า มีการตรวจพบอาวุธและเครื่องกระสุนจำนวนมาก

พล.ต.ท.สัณฐานกล่าวว่า หลังจากนี้ไป จะสอบสวนและออกหมายจับได้ทันที เพราะหลักฐานชัดเจน และขอยืนยันว่า การเข้าตรวจค้นในวันนี้ เป็นการทำตามกฏหมายของฝ่ายทหาร ที่มีสารวัตรทหาร นายทหารพระธรรมนูญ และผู้บังคับหน่วย เข้าร่วมตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ จะมีการขยายผลไปถึงคดีอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงครามที่พบในครั้งนี้ด้วย
       
ด้านพ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้ ยังต้องสอบปากคำพยานที่เป็นฝ่ายทหารเสียก่อนว่า จะสามารถเชื่อมโยงไปถึงพล.ต.ขัตติยะ ได้หรือไม่ ซึ่งตำรวจยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีหลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวพันกับบุคคลใดก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนของกลางทั้งหมดที่ยึดมาได้เบื้องต้นจะนำมาเก็บไว้ที่กองปราบปราม ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบหาที่มาที่ไปต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางกองทัพบกได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปควบคุมตัว พล.ต.ขัตติยะ ที่นั่งเครื่องจากหาดใหญ่มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 20.00 น. วันนี้ มาสอบปากคำถึงเรื่องดังกล่าวด้วย

"สุริยะใส" เร่งให้ผบ.ทบ.ชี้แจงเหตุระเบิดเอ็ม 79

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ (กมม.) กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นการท้าทายกองทัพ และสะท้อนถึงความล้มเหลวในการรักษาความปลอดภัยของกองทัพไทย ซึ่งเห็นว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ควรออกมาชี้แจงด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่โฆษกกองทัพบก เพราะส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชน

พ.ต.อ.รังสรรค์ ประดิษฐผล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้มีตัวแทนยศ พ.อ. จากกองทัพบก เดินทางมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน กรณีพบรอยกะเทาะ ซึ่งคาดว่า มาจากมีคนร้ายลอบยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 เข้าไปในกองบัญชาการกองทัพบก เมื่อกลางดึกวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.ท.ภูเบศเส้นขาว รองผกก.สน.นางเลิ้งเป็นผู้รับแจ้ง

พ.ต.อ.รังสรรค์ กล่าวด้วยว่า การเข้าแจ้งความดังกล่าว ทางตัวแทนระบุว่าต้องการลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยไม่มีการสอบรายละเอียดใดๆ ซึ่งทางตำรวจต้องรอการประสานจากฝ่ายทหาร เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นเขตของทหาร และฝ่ายทหารจะดำเนินการหาหลักฐานเองหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ โดยฝ่ายทหารยังย้ำว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก เป็นเพียงรอยกะเทาะบนฝ้าเพดาน ไม่มีผู้ใดได้รับาดเจ็บ จึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น หรือข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย

โฆษกกองทัพบกแถลงยอมรับอย่างเป็นทางการ มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 จริง

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แถลงถึงกรณีทีมีการนำเสนอข่าวว่า มีคนร้ายยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เข้ามาที่บริเวณชั้น 6 ห้องทำงานของพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกว่า จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกองทัพบก ได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามวงรอบ ซึ่งปรากฏพบร่องรอยบริเวณผนังของอาคารชั้น 6 มีร่องรอยเป็นรู และรอยปูนแตก แต่ไม่ได้สังหรณ์อะไร แต่ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ ของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศชี้แจงว่า มีการพูดคุยจากโปรแกรมสนทนาทางกล้องวิดีโอ หรือ แคมฟร็อก ในลักษณะว่า มีการยิงกระสุนปืนเอ็ม 79 มาที่กองบัญชาการกองทัพบก

จากการตรวจสอบบริเวณที่พบร่องรอยปรากฏว่า มีร่องรอยของการระเบิดของวัตถุระเบิดชนิดใดชนิดหนึ่งจริง แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า เป็นวัตถุระเบิดชนิดใด และไม่สามารถยืนยันเวลาได้ว่า เกิดเมื่อวันที่เท่าใด แต่สันนิษฐานว่าเวลาเกิดเหตุน่าจะเป็นช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเจ้าหน้าที่เวรยามไม่มีใครได้ยินเสียงระเบิด ขณะที่จุดเกิดเหตุคือ บริเวณผนังอาคารชั้น 6 ฝั่งด้านห้องออกกำลังกาย ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับห้องทำงานของผบ.ทบ. และห่างมากพอสมควร จึงเชื่อว่า น่าเป็นการพยายามสร้างสถานการณ์ ให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคมของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ไม่น่าจะเป็นการปองร้ายผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่กองทัพบกตามปกติถือเป็นมาตรการที่มีความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการด้านข่าวสาร หรือเจ้าหน้าที่เวรยามตลอดจนการใช้ทีวีวงจรปิด แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ที่ตั้งของกองทัพบกโดยรอบจะมีที่พักของประชาชน และเส้นทางคมนาคมต่าง ๆ ค่อนข้างมาก ดังนั้น หากถามว่า การดูแลรอบๆกองทัพบกทำได้หรือไม่ ต้องยอมรับว่า ทำได้ แต่สถานการณ์บ้านเมืองในภาวะที่ใช้กฎหมายตามปกติคงทำไม่ได้ หากมีการตั้งจุดตรวจโดยรอบกองทัพบกจะทำให้เกิดความวุ่นวาย และประชาชนเดือดร้อน

“ส่วนข่าวว่า ผบ.ทบ.เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีการดำเนินการในลักษณะอย่างนั้น การรักษาความปลอดภัยในพื้นที่กองทัพบก และผู้บังคับบัญชาระดับสูงยังคงเหมือนเดิม และผบ.ทบ.ยังฝากมาถึงประชาชนทุกท่านว่า ปกติท่านไม่เคยมีปัญหากับใคร ท่านทำทุกอย่างไปตามหน้าที่ และภารกิจที่เกี่ยวข้อง และยังใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"

เมื่อถามว่า จากเหตุระเบิด กองทัพรู้สึกเสียหน้าหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เขาถามคำถามนี้กับผบ.ทบ.ท่านบอกว่า ท่านไม่รู้สึกเสียหน้าเพราะถือว่า มาตรการป้องกันที่ทำอยู่ถือว่า ดีที่สุด แต่ถือว่า หากใครทำเหตุการณ์อย่างนี้ต้องพิจารณาตนเองว่า ทำอะไรอยู่ และทำสังคมเกิดความวิตกกังวลหรือไม่ แต่กองทัพบกไม่มีความรู้สึกเสียหน้า เรายังคงยืนยันว่าต้องปฏิบัติภารกิจตามกฎระเบียบข้อบังคับเหมือนเดิม

เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.วิตกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า จากที่เขาคุยกับท่าน ท่านบอกว่า ท่านไม่เคยวิตกกังวลอะไรก็แล้วแต่ที่ทำตามระเบียบ

ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นหลังจากมีการสั่งพักราชการพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก พ.อ.สรเสริญ กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่า หลายคนอาจมองอย่างนั้น แต่สำหรับกองทัพเมื่อทุกอย่างยังไม่ชัดเจน เราจะไปเหมารวมคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และจะทำให้ผู้ที่ถูกเรากล่าวพาดพิงถึงได้รับความเสียหาย ผบ.ทบ.ย้ำว่า ต้องทำทุกอย่างตามขั้นตอน หน้าที่ ไม่ได้มีความรู้สึกส่วนตัวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง 

ประธานกมธ.ทหาร สภาฯ ระบุคดียิงเอ็ม 79 สะเทือนขวัญ จวกหน่วยงานอย่าปกปิด เผยทำหนังสือถึง ผบ.ทบ.และรมว.กลาโหมเข้าให้ข้อมูลแล้ว

พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาฯส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย แถลงที่รัฐสภาว่า กรรมาธิการการทหารได้ทำหนังสือถึงรมว.กลาโหม และผบ.ทบ.เพื่อขอเข้าไปรับทราบข้อมูล กรณีเหตุใช้อาวุธปืนเอ็ม 79 ยิงห้องทำงานของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เพราะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แสดงให้เห็นถึงความหละหลวมของหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของกองทัพ จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ

พ.ต.ท.สมชาย กล่าวด้วยว่า เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ จึงอยากให้ทั้งสองคนให้ความร่วมมือให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการฯ เพราะกองทัพจะปิดตัวเองและทำตัวอึมครึม อย่างนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว  อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการฯ รับทราบมาว่าวันที่เกิดขึ้นไม่น่าจะใช่วันที่ 14 ม.ค. ตามที่สื่อมวลชนลงข่าว  เพราะสิ่งที่ได้รับทราบเกิดในช่วงเช้าของวันที่ 18 ม.ค.นี้ ที่เป็นวันกองทัพไทย ซึ่งกองทัพได้ไปทำพิธีกันที่บริเวณอนุสรณ์สถานบริเวณดอนเมือง ที่ต้องสงสัย คือ ทำไมกองทัพต้องปิดข่าว  ขณะที่ลักษณะที่ตั้งของห้องทำงานของ พล.อ.อนุพงษ์นั้นวิถีกระสุนจะยิงจากข้างนอกได้ยากมาก  ดังนั้นต้องยิงมาจากภายในบริเวณกองทัพบกเท่านั้น

ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร กล่าวอีกว่า วันนี้ พล.อ.อนุพงษ์ และพล.อ.ประวิตร ควรต้องสำรวจตัวเองว่ามีสิ่งต่างๆเกิดขึ้นในสมัยที่ตัวเองดำรงตำแหน่งมากมาย ซึ่งเกิดจากอะไรกันแน่   เมื่อถามว่าสันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากอะไร  พ.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า น่าจะเป็นความไม่ปรองดองทั้งภายในและภายนอกกองทัพ 

เมื่อถามว่าสงสัยพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิประจำกองทัพบกหรือไม่  พ.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า คงจะว่าใครคนใดคนหนึ่งทำไมได้ แต่ปัญหาคืออะไรที่ทำให้ประชาชนสับสน โดยหวังประโยชน์จากความร้าวฉาน ซึ่งอยากฝากไปยังกองทัพบกว่าอย่านำสถานการณ์นี้เพื่อนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร  นอกจากนี้ยังรู้สึกเป็นห่วงกรณีที่ไทยสามารถจับกุมเครื่องบินขนอาวุธจากประเทศเกาหลีเหนือ  และกรณีที่มีการลักลอบขนอาวุธปืนออกจากคลังทหารของประเทศมาเลเซียเป็นจำนวนมากด้วยว่าอาจจะนำมาสู่ความวุ่นวายภายในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

ด้าน พล.ต.ท. สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า ตำรวจยังไม่ได้รับรายงานเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปในพื้นที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเช้ามืดวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงยังไม่สั่งการให้เพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัยสถานที่และบุคคลสำคัญในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า หลังสื่อเสนอข่าวมีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ตกหน้ากระทรวงกลาโหม รมว.กลาโหม จึงสั่งการให้ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด รวมถึงโทรทัศน์วงจรปิด ไม่พบมีระเบิดเอ็ม 79 ยิงเข้ามาตามที่เสนอข่าว เชื่อเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน และหากต้องการพิสูจน์ สื่อสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ และการแถลงข่าววันนี้เพื่อไม่ต้องการให้ประชาชนเกิดความสับสน เพราะเป็นเรื่องความมั่นคง อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกลาโหมไม่ได้กำชับให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และเชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีสั่งพักราชการ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผยข่าวเหตุการณ์ลอบยิงระเบิดM79เข้าไปภายในกองบัญชาการกองทัพบก ซึ่งเป็นที่ทำการสำนักงานพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงเพราะที่รับทราบมาเนื้อหาข่าวขาดความชัดเจนไม่มีที่มาที่ไป หากถึงขั้นระเบิดจริงน่าจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ ส่วนด้านการรักษาความปลอดภัยของกองทัพบกยังคงเป็นไปตามปกติ และไม่มีการสั่งการใดๆ เพิ่มเติม

เสธ.แดงปัดเกี่ยวบึ้ม
         
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ยอมรับว่า ทราบข่าวการยิงถล่มสำนักงานของผบ.ทบ.แต่ตนขอปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องด้วย แต่คาดการณ์ฝีมือผู้ที่ทำจะเป็นกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเรียกว่า นักรบโรนิน หรือ พวกซามูไรไร้สังกัดเพราะไม่พอใจการทำงานของพล.อ.อนุพงษ์ ที่อุ้มกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในเหตุการณ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ แต่จะกลับมาเล่นงานกลุ่มเสื้อแดง ที่กำลังจะไปสนามบินสุวรรณภูมิแทน คาดการณ์ว่าผบ.ทบ.จะต้องโดนถล่มซ้ำอีกแน่จนกว่าจะลาออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้เหตุดังกล่าวอย่านำมาโยงกับกรณีคำสั่งพักราชการตนเอง ขอยืนยัน ไม่เกี่ยวกัน

ขณะที่ พล.อ.พัลลภปิ่นมณี สมาชิพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวปฏิเสธไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่ขอวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพล.ต.ขัตติยะ หรือไม่ เพราะเกรงว่าจะวิแคราะห์ผิด อักทั้งไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของคนมีสีด้วยกันหรือไม่

พล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานดูแลความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นแล้ว แต่ไม่ทราบรายละเอียด ว่าเป็นเรื่องจริงหรือข่าวลือ จุดดังกล่าว เป็นพื้นที่การดูแลความปลอดภัยของทหาร แต่ตำรวจก็ดูแลรอบนอก และประสานข้อมูลกันเพื่อรักษาความปลอดภัย และขณะนี้ หน่วยข่าว ยังไม่พบรายงานการปั่นป่วน หรือกลุ่มที่สร้างความวุ่นวายเข้ามาก่อเหตุ
         
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ปรับเปลี่ยนระบบการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเพิ่มรถขบวนติดตามจากรถฉลามบก 2 คัน เพิ่มเจ้าหน้าที่ รปภ.พร้อมรถจักรยานยนต์ 2 คัน รถวิทยุนำขบวนและปิดท้ายขบวน รวมถึงมีการเพิ่มกำลังพลในการรักษาความปลอดภัยในบ้านพักย่านพุทธมณฑลสาย 2 ที่ภรรยาและบุตรพักอาศัยอยู่ ขณะที่ ภายในบ้านพักกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ( ร.1 รอ.) มีการติดกล้องซีซีทีวี เพิ่มและมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท