
ชง2ทางรับมือนิวเคลียร์เลื่อน2ปี
พลังงานชง 2 แนวทาง รองรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เลื่อนเข้าระบบ 2 ปี
พลังงานชง 2 แนวทาง รองรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เลื่อนเข้าระบบ 2 ปี
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เตรียมแนวทางเพื่อรองรับหากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกไม่สามารถจัดตั้งขึ้นได้ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) จากเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2563 และมีความเป็นไปได้ที่จะต้องเลื่อนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เข้าระบบช้าออกไปอีก 2 ปี เนื่องจากต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับภาคประชาชนถึงความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้า
ดังนั้น กระทรวงพลังงานจึงกำหนดทางเลือกในการหากำลังผลิตไฟฟ้ามาทดแทนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ไว้ 2 แนวทาง คือ 1.การเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และ 2.การเพิ่มโรงไฟฟ้าถ่านหินจากเดิม 9 แห่ง เป็น 13 แห่ง มีกำลังการผลิต 1 หมื่นเมกะวัตต์
“ยอมรับว่าวิธีการดังกล่าวจะทำให้เกิดความเสี่ยงด้านพลังงาน เพราะที่ผ่านมาไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าถึง 70% อยู่แล้ว แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องเลือกวิธีการเหล่านี้” แหล่งข่าวเปิดเผย
ล่าสุด การจัดทำรายงานความพร้อมโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใกล้จะแล้วเสร็จ หลังจากใช้เวลา3 ปีในการศึกษาข้อดีข้อเสีย รวมทั้งนำข้อเสนอแนะจากสำนักงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) มาใช้ในการจัดทำแผนงานด้วย ซึ่งคาดว่าในเดือน มี.ค. จะนำเสนอรายงานผลศึกษาดังกล่าวต่อรัฐบาล เพื่อตัดสินใจให้ชัดเจนว่าจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ควรจะล่าช้าในการตัดสินใจเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพราะไทยไม่มีเชื้อเพลิงทางเลือกอื่นๆ อีก โดยเฉพาะปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่จะใช้ได้อีก 12 ปี หรือประมาณปี 2564 ซึ่งจะเป็นช่วงจังหวะที่ต้องมีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่เข้าระบบ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลจะต้องมองปัญหาสำรองไฟฟ้าในอนาคตด้วย โดยเฉพาะเชื้อเพลิงทางเลือกอย่างถ่านหินและนิวเคลียร์ที่จะนำมาใช้ผลิตไฟฟ้า เนื่องจากอัตราการใช้ไฟฟ้าในระยะยาวมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นแน่นอนตามภาวะเศรษฐกิจ แต่หากไม่สามารถมีโรงไฟฟ้าแห่งใหม่เกิดขึ้นได้เลยคงต้องใช้วิธีซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านแทน ซึ่งจะทำให้เกิดความเสี่ยงด้านพลังงานเช่นกัน







