
ตร.ย้ำไม่ได้เคอร์ฟิวเด็กแต่จะสุ่มตรวจสถานที่เสี่ยง
รองผบช.น.ระบุโครงการห้ามโจ๋ต่ำ 18 ปี ออกจากบ้านไม่ใช่เคอร์ฟิวส์ แจงเพียงแค่เข้าไปตรวจสอบสถานที่มั่วสุม เตรียมเชิญ NGO กระทรวงศึกษาฯพร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องทำความเข้าใจ
รองผบช.น.ระบุโครงการห้ามโจ๋ต่ำ 18 ปี ออกจากบ้านไม่ใช่เคอร์ฟิวส์ แจงเพียงแค่เข้าไปตรวจสอบสถานที่มั่วสุม เตรียมเชิญ NGO กระทรวงศึกษาฯพร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องทำความเข้าใจ
วันนี้ ( 19 ม.ค.) เมื่อ 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น.(รับผิดชอบงานสอบสวน) ให้สัมภาษณ์กรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แสดงความเห็นต่อมาตรการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีห้ามออกจากบ้านหลังเวลา 22.00 น. ว่า โครงการนี้ไม่ใช่การเคอร์ฟิวเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี บางคนฟังแค่ครึ่งเดียวทำให้ความหมายเปลี่ยน โครงการดังกล่าวไม่ใช่การห้ามเด็กออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม เด็กยังสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่คำว่าหลัง 4 ทุ่ม คือตำรวจจะเข้าไปกวดขันตรวจสอบในสถานที่ที่ล่อแหลม อย่างเช่น ร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ต เสพสุรายาเมา ในลักษณะที่ถูกชักจูงไปในทางที่ผิด ตำรวจจะเชิญเด็กเหล่านั้นส่งผู้ปกครอง
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวอีกว่า วิธีการคือการนำตัวไปพักที่สถานีตำรวจส่งให้กับร้อยเวรตรวจสอบว่าไปทำอะไรที่ไหนอย่างไร ไม่เหมาะสมหรือไม่ จากนั้นก็จะติดต่อเชิญผู้ปกครองมารับตัวกลับบ้าน ทั้งหมดเพื่อเป็นการกระชับพื้นที่ ลดช่องว่างระหว่างผู้ปกครองกับเด็กเพื่อให้กลับบ้านไปทำการบ้านอ่านหนังสือหรืออย่างน้อยเตรียมตัวไปโรงเรียนวันต่อไป ซึ่งดีกว่าการไปมั่วสุมขี่มอเตอร์ไซค์ เพราะเด็กสามารถเป็นได้ 2 อย่างคือ เหยื่อ คือถูกหลอกล่วงถูกกระทำ และสุดท้ายคือการก่ออาชญากรรมเอง ตัวอย่าง พื้นที่ สน.มีนบุรี มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งนั่งกินอยู่ในซุ่มยาดองและโดนคู่อริยิงเสียชีวิต ส่วนเด็กที่ประกอบกิจตามปกติเช่น เรียนพิเศษ ทำงาน ฯลฯ ก็สามารถทำได้ตามปกติ
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า โครงการนี้เป็นโครงการพิทักษ์เด็ก บางคนอาจไม่เข้าใจจริงๆหรือแกล้งไม่เข้าใจและมาร้องถามว่าตำรวจใช้กฎหมายอะไร ตนขอถามกลับไปว่าแล้วที่ทำเช่นนี้มันจำเป็นจะต้องใช้กฎหมายอะไร เพราะไม่ใช่การจับกุมแต่เป็นการจัดระเบียบสังคมเด็ก ใช้กฎหมายปกติกรณีที่ไม่เข้าใจตนกล่าวไว้แล้วว่าให้โทรหาตนเพราะถ้ายิ่งพูดไปว่าตำรวจอาจทำมิดีมิร้าย แสดงว่าในสมองมีแต่ขั้วลบต้องมีขั้วบวกด้วย
“วันศุกร์นี้ บช.น.จะเชิญครูหยุ่น กลุ่มNGO กระทรวงศึกษาธิการ กรมพินิจและคุ้มครองสิทธิ์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัวแทนเยาวชน ตัวแทนผู้ปกครอง ฯลฯ มาพร้อมกันที่ บช.น.เพื่อเจราจากันในเรื่องดังกล่าวให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังมีผู้สนับสนุนให้ดำเนินการมาตรการดังกล่าวในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วยเช่นกัน”รองผบช.น. กล่าวและว่า
ส่วนเหล้าตามร้านยาดองก็จะมีการจับกุมเพราะผิดกฎหมาย ส่วนเหล้าที่จับมาก็จะส่งให้ อย.ตรวจเพราะไม่รู้ว่าเหล้าที่นำมาขายดีหรือไม่ และร้านที่ขายสุรายาดองหลังเที่ยงตำรวจก็จะดำเนินการจับกุมเช่นกัน ทั้งหมดลดอาชญากรรมได้อย่างแน่นอน







