
ม็อบประณามจับ2แกนนำ
ม็อบคนไทยฯ หน้าทำเนียบ ประกาศชุมนุมยืดเยื้อ พร้อมประณามการจับกุม 2 แกนนำ ขู่ฟ้องเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ
ม็อบคนไทยฯ หน้าทำเนียบ ประกาศชุมนุมยืดเยื้อ พร้อมประณามการจับกุม 2 แกนนำ ขู่ฟ้องเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ
บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายประชาชนคนไทยหัวใจรักชาติ ที่บริเวณถนนพิษณุโลกหน้าทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ถึงแม้แกนนำกลุ่มอย่างนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และ นายสมบูรณ์ ทองบุราณ 2 แกนนำที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมตัวไปในข้อหาก่อการร้าย คดีบุกยึดสนามบินดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตรฯเมื่อครั้งชุมนุมขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามหมายจับเก่าวานนี้( 18 ม.ค.) ก็ตาม
โดยกลุ่มผู้ชุมนุมนั้นมีลดลงจากวานนี้เป็นจำนวนมากเนื่องจากหลังที่กลุ่มมวลชนเดินขบวนยื่นฎีกาที่หน้าพระบรมมหาราชวังเสร็จสิ้นต่างทยอยเดินทางกลับ เหลือเพียงบางส่วนซึ่งยังปักหลักนั่งฟังการปราศรัยบนเวที ที่จัดเป็นลักษณะของการรายงาน อาทิ การสนทนาธรรมจากสมณะโพธิรักษ์ แห่งกลุ่มสันติอโศก การเล่าข่าวและให้ความรู้เรื่องสุขภาพทั่วไปและบางส่วนได้ทำภารกิจส่วนตัวอยู่ภายในเต็นท์ที่พักรับประทานอาหาร และบางกลุ่มได้สนทนาต่อเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังบุกจับกุม นายไชยวัฒน์ และนายสมบูรณ์ ขณะรับประทานอาหารในห้างโลตัสหลังประกาศมอบตัวอีกด้วย
ส่วนทางด้านสภาพการจราจรนั้น กลุ่มผู้ชุมนุม ยังคงปิดถนนพิษณุโลก จากแยกพาณิชยการไปจนถึงแยกสวนมิสกวัน เหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา
ด้านนายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ได้แถลงข่าวประณามการจับกุมนายไชวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราณ ผู้ต้องหาคดีบุกสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองเมื่อวานนี้(18 มค) โดยระบุว่า นอกจากการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 แล้ว ยังมีการทำร้ายคนติดตาม ซึ่งทางเครือข่ายจะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะชุมนุมยืดเยื้อ แต่จะไม่ใช้ลักษณะการเคลื่อนไหวกดดันหากไม่จำเป็น
ทั้งนี้เครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ยังได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านเจ้าหน้าที่ เพื่อเรียกร้องให้ใช้สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทย - กัมพูชา พ.ศ.2541 เพื่อช่วยเหลือคนไทย 7 คน กลับประเทศโดยเร็วที่สุด ส่วนการเปิดพื้นที่การจราจร เครือข่ายฯ คงไม่สามารถเปิดพื้นที่ให้ได้ เนื่องจากมีมวลชนจำนวนมาก เกรงว่าจะอาจมีมือที่สามสร้างความวุ่นวาย







