
จากงานโครงสร้างพื้นฐานสู่การวางพื้นฐานของสังคมชุมชน
...วุฒิสาร ตันไชย
ประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อพูดถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คงจะหนีไม่พ้นกับข้อกล่าวหาที่ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานใหม่ที่มีเงินงบประมาณ มีอำนาจ และในการใช้จ่ายงบประมาณก็จะเน้นเพียงการสร้างถนน ขุดคลอง สร้างสะพาน ซึ่งงานทั้งหมดก็เรียกได้ว่าเป็นงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพราะการสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นการตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นในเบื้องต้น
หากแต่วันนี้ในแวดวงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้พูดเรื่องการสร้างถนน และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ มากเช่นในอดีตแล้ว เพราะปัญหาเหล่านั้นได้รับการแก้ไขปัญหาแล้ว ฉะนั้น ในห้วงเวลาที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เติมเต็มความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานให้แก่ท้องถิ่นแล้ว
ในระยะถัดมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการพัฒนาท้องถิ่นในมิติอื่นๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างบูรณาการ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีความสามารถในการคิด สร้างสรรค์ วิเคราะห์ เน้นการทำงานในเชิงลึกและกว้าง คิดนอกกรอบ และริเริ่มให้มีนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา
กรณีตัวอย่างที่พบในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง เช่น โครงการผู้แก่เล่าผู้เยาว์เขียน โครงการอุ้ยสอนหลาน โครงการศูนย์สามวัย เป็นต้น ซึ่งโครงการเหล่านี้เป็นการให้ผู้สูงอายุเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับชุมชน วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ต่างๆ ในอดีตให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นฟัง
ในขณะที่เยาวชนก็จะเป็นคนถ่ายทอดสิ่งที่ผู้สูงอายุเล่าให้ฟังผ่านการเขียนและเทศบาลนำเนื้อหาที่เขียนมาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรท้องถิ่น หรือจัดเป็นกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่เด็กในโรงเรียน รวมทั้งเป็นการให้ชุมชนทำหน้าที่ในการดูแลและเลี้ยงดูเด็กและเยาวชนในโรงเรียน
กรณีดังกล่าวจะเห็นว่าเป็นความได้เปรียบในเชิงต้นทุนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมี และแตกต่างจากส่วนราชการ คือ ความสามารถในการบูรณาการความคิด บุคลากร งบประมาณ กลุ่มเป้าหมายและกิจกรรมเพื่อการพัฒนาในระดับท้องถิ่น เพราะหากเป็นกรณีของส่วนราชการจะต้องใช้หลายกรม หลายกระทรวง มาร่วมมือกัน ทั้งในส่วนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ
ทั้งนี้ การร่วมกันเช่นนี้ถือเป็นความยากลำบากอย่างยิ่ง กว่า 50% ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพราะถือเป็นการวางพื้นฐานทางชุมชน สังคมระยะยาว เพื่อนำพาสังคมสู่การเป็นสังคมที่พึงปรารถนา
“
สังคมที่พึงปรารถนา” (ตามแนวคิดของ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี) ต้องเป็นสังคมที่มีสัมมาอาชีวะ เศรษฐกิจชุมชนมั่นคง เป็นสังคมที่ประชาชนมีภูมิต้านทานทางการเมือง มีความเป็นพลเมือง และเป็นสังคมประชาธิปไตยในชุมชน ประชาชนดูแลสุขภาพ และครอบครัว มีสภาพแวดล้อมในครอบครัว มีระบบนิเวศวิทยาในชุมชน มีศีลธรรมและจริยธรรมในครอบครัว ชุมชน ซึ่ง “ครอบครัว” ถือว่าเป็นหน่วยเล็กที่สุดในสังคมและเป็นหน่วยงานที่มี “พลัง” มากที่สุดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกหลักในการทำงานด้านครอบครัว โดยหัวใจสำคัญของการทำงานให้บรรลุผลจะต้องเน้นการพัฒนาใน 4 มิติ ได้แก่ การพัฒนา งานการป้องกัน การแก้ไขปัญหา และการฟื้นฟู โดยในมิติของงานด้านการพัฒนานั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมอง
“ครอบครัว” อย่างเป็นองค์รวม มองว่าเป็นหน่วยเล็กที่สุดของชุมชน เป็นศูนย์รวมและเป็นพื้นที่ในการทำกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวและการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัว ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดให้แก่สังคม งานด้านการป้องกันเป็นการดำเนินการที่ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับครอบครัวหรือสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งเป็นการกำจัดหรือลดเงื่อนไขที่อาจทำให้คุณค่าของครอบครัวลดลง
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรการเมืองที่อยู่ใกล้ชิดกับหน่วยสำคัญที่สุดในสังคม ฉะนั้น ต้องรับหน้าที่สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับ
“ครอบครัว” เพราะหากครอบครัวเข้มแข็ง ครอบครัวจะเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นในสังคม และเป็นเกราะชั้นเยี่ยมในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในสังคม ทั้งยังเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการพัฒนาชุมชนสังคมต่อไป






