posttoday
อย่าสับสน

อย่าสับสน

19 มกราคม 2554

.....พิชัย นริพทะพันธุ์

.....พิชัย นริพทะพันธุ์

สัปดาห์ที่แล้วหลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการประชาวิวัฒน์ 9 ข้อ ผู้เขียนได้รับเชิญให้ไปออกความเห็นในรายการโทรทัศน์ โดยมีผู้ร่วมรายการคือ ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ และ สส.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี โฆษกเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสฝากคำถาม 8 ข้อที่ได้เขียนไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน

แต่สิ่งที่ผู้เขียนและ ดร.ณรงค์ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ยังสับสนคือเรื่องเงินสมทบสวัสดิการยอดเงินกว่าหมื่นล้านบาท รัฐบาลจะหาเงินสมทบมาจากไหน ท่าน สส.อรรถวิชช์ได้บอกว่า กำลังจะแก้กฎหมายเพื่อให้สามารถนำเงินกองทุนประกันสังคม เพื่อที่จะนำเงินประกันสังคมมาใช้ในการสมทบสวัสดิการนี้ ซึ่งทำให้ผู้เขียนและ ดร.ณรงค์ แปลกใจมากเพราะไม่น่าจะทำได้ แต่ท่านโฆษกเศรษฐกิจ ปชป. ยืนยันว่าทำได้โดยเลขา สปส. ได้ยืนยันแล้ว

ดังนั้น จึงอยากถามรัฐบาลว่า ได้สอบถามผู้ประกันตน 9.5 ล้านคน จะยอมให้กองทุนที่จ่ายอยู่ทุกเดือนนี้ไปแบกรับภาระเรื่องนี้หรือไม่ เพราะแม้ในปัจจุบันจะดูเหมือนว่ากองทุนประกันสังคมจะมียอดเงินสูงถึงกว่า 7.5 แสนล้านบาท แต่ในอนาคตอีกไม่กี่ปี กองทุนนี้จะถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วเมื่อมีผู้แก่ชราและเกษียณอายุมากขึ้น ซึ่งแค่ 9.5 ล้านคนที่อยู่ในโครงการก็ไม่พอที่จะดูแลอยู่แล้ว ถ้าหากบอกว่าไม่ใช่ ก็ต้องบอกว่าจะนำเงินสมทบมาจากที่ไหน

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่เข้าใจวิธีคิดของรัฐบาล เช่น การเพิ่มการใช้ไฟฟ้าฟรีจาก 50 หน่วยเป็น 90 หน่วย และทำเป็นการถาวร อีกทั้งยังจะให้นำรายจ่ายนี้ไปให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่นที่ใช้เกิน 90 หน่วย แบกรับภาระแทนรัฐบาล ซึ่งนอกจากจะไม่ส่งเสริมการประหยัดแล้ว รายจ่ายกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี จะถูกผลักภาระมาให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่น ซึ่งไม่น่าจะเป็นการยุติธรรม เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายกับภาคครัวเรือนที่มีสมาชิกในครอบครัวมาก ที่อาจจะไม่ใช่ผู้มีรายได้สูงก็ได้ และการผลักภาระให้กับภาคอุตสาหกรรม เป็นการเพิ่มต้นทุน ทำให้ความสามารถแข่งขันลดลง ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันอย่างที่ รมว.คลัง พูด ในที่สุดก็จะต้องมาเพิ่มราคาสินค้าและเป็นภาระแก่ประชาชนอยู่ดี และยิ่งทำให้เกิดเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

ส่วนเรื่องที่เป็นที่น่าขบขันที่สุดคือเรื่องไข่ไก่ชั่งกิโลขาย เรื่องนี้มีประชาชนจำนวนมาก แม้กระทั่งอดีตปลัดกระทรวงการคลังท่านหนึ่งยังสงสัยจะทำอย่างไร เพราะจะมีปัญหาอย่างมากที่ไข่จะแตก และไม่สะดวก

อีกเรื่องที่ไม่ได้มีการพูดถึงมาก แต่จะเป็นปัญหาอย่างมากในอนาคต นั่นคือโครงสร้างการใช้พลังงานที่เบี่ยงเบนที่ผู้เขียนพูดมาตลอด โดยรัฐบาลไม่ได้ตัดสินใจเด็ดขาดในการแก้ปัญหา และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณประเสริฐบุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปตท. อย่างเต็มที่ เพราะรัฐบาลหวังแต่จะหาเสียงและหมกปัญหา ดังนั้นจะเห็นได้ว่าประชาวิวัฒน์ 9 ข้อนี้ จะเป็นการ “บริหารผิดกฎ ซุกงบนอกกรอบ” เพราะมีค่าใช้จ่ายแฝงเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาท และการถ่ายเทค่าใช้จ่ายไปให้บุคคลอื่นถูกต้องหรือไม่

แต่ที่น่าห่วงกว่านั้นคือหลังจากที่ได้จ่ายเงินให้บริษัทที่ปรึกษาไป 69 ล้านบาท ในการคิดประชาวิวัฒน์ 9 ข้อออกมา แต่ไม่โดนใจประชาชนอย่างที่คิด แถมยังโดนวิจารณ์อย่างมาก และมีแนวโน้มที่จะล้มเหลวสูง รัฐบาลได้ออกมาบอกว่าจะออกงบประมาณกลางปีจำนวนเงินเป็นแสนล้านบาท รู้สึกตกใจและงงมากว่ารัฐบาลมีเหตุผลใดหรือจะก่อหนี้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลอ้างว่าจะไปโปะค่าใช้จ่ายสำหรับการช่วยเหลือน้ำท่วม และจะมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอีกเป็นแสนล้านบาท เรื่องนี้อยากให้ทบทวนวิธีคิดเสียใหม่ เพราะเรื่องการช่วยเหลือน้ำท่วม จำได้ว่าท่านนายกฯ บอกเองว่าจะเรียกคืนจากงบไทยเข้มแข็งที่ยังเหลืออยู่

การออกงบประมาณกลางปีนี้จะเป็นการผิดวินัยการเงินการคลังอย่างร้ายแรง เพราะเศรษฐกิจกำลังฟี้นตัวและเงินเฟ้อกำลังจะเพิ่มขึ้น โดยธนาคารชาติเพิ่งจะเพิ่มดอกเบี้ยเพื่อป้องกันเงินเฟ้อแต่รัฐบาลกลับจะคิดอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะทำให้เกิดเงินเฟ้อมากขึ้น และต้องขอขอบคุณท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติ ดร.ประสาร ที่ได้ออกมาเตือนรัฐบาลว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างไร

อยากให้รัฐบาลได้ฟังท่านเลขาธิการอังค์ถัด ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ ที่ได้ออกมาเตือนว่า อย่าให้การเมืองถ่วงเศรษฐกิจ

ทุกวันนี้ที่รัฐบาลทำดูสับสนเหมือนมุ่งหาเสียงอย่างเดียว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน