
ตู่หวั่นพรรคแตกเชื่อมิ่งขวัญ-เฉลิมเคลียร์กันได้
จตุพรเชื่อ มิ่งขวัญ คุย เฉลิมได้ อ้างความเห็นต่างไม่ใช่แตกแยก ซัดพวกกองเชียร์ให้รักษาน้ำใจคนพรรคเดียวกัน
จตุพรเชื่อ มิ่งขวัญ คุย เฉลิมได้ อ้างความเห็นต่างไม่ใช่แตกแยก ซัดพวกกองเชียร์ให้รักษาน้ำใจคนพรรคเดียวกัน
เมื่อเวลา 13.00 น.ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช. แถลงถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้จะเป็นลักษณะของมวยล้มต้มคนดู เพราะเนื้อแท้ของพรรคประชาธิปัตย์แล้วต้องการระบบเดิม แต่เมื่อไปรับปากพรรคร่วมรัฐบาลเอาไว้จึงให้นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ไปศึกษาคิดสูตรที่คนรับไม่ได้ขึ้นมา เพราะสูตร375+125 นั้นพรรคการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลางจะตายหมด ดังนั้นเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลรับไม่ได้ก็จะคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะส่งผลให้ต้องกลับไปใช้ระบบเดิมคือเขตใหญ่เรียงเบอร์ส.ส.เขต 400 คนและส.ส.สัดส่วน 80 คนที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบมากที่สุด ถือเป็นการต้มพรรคร่วมและต้มคนไทยทั้งชาติ ทั้งนี้ตนได้บอกพรรคเพื่อไทยมาตลอดว่าอย่าผลีผลาม เพราะเรื่องนี้เป็นมายากลของนักมายาภาพอย่างพรรคประชาธิปัตย์
นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่วันนี้ร.ต.อ.เฉลิม และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย มีความเห็นแตกต่างกันถือเป็นความสวยงามตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ความแตกแยก โดยพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้ประชุมเพื่อกำหนดหัวข้อการอภิปราย การวางตัวบุคคล และกำหนดวันยื่นญัตติฯ แต่เรามีความพร้อมด้านข้อมูลเป็นอย่างมากมาก การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มีเป้าหมายคือตรวจสอบการทุจริต คอรัปชั่นของรัฐบาลเพื่อเปลี่ยนแปลงความรู้สึกประชาชนเพื่อให้มีผลในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถึงอย่างไรเราก็ พวกมากลากไป พระ1โจร5 ยังไงก็สู้ไม่ได้ ตรวจสอบรัฐบาล ไม่มีเรื่องสมานฉันท์ ไม่มีเสนอนโยบายควบคู่ หน่อมแน้มเป็นมวยล้มต้มคนดูไม่ได้ ไม่มียอวาที อันนั้นมันผิดงานแล้ว หากประชาชนเปิดมาเขาก็ปิดทีวีหนีแล้ว เราไม่ได้มีเป้าเพื่อเปลี่ยนรัฐบาล ให้พรรคร่วมมาร่วมกับเรา ชาตินี้ทั้งชาติไม่มีทาง เพราะทั้งหมดมีรีโมตกำกับทั้งนั้น วันนี้เราสามัคคีเต็ม100 ยังไม่รู้ จะชนะหรือไม่ ชนะไม่ถึงครึ่งเท่ากับแพ้ ดังนั้นต้องชนะเกินกึ่งเยอะๆ เพราะไม่รู้ว่าคนที่จะมาเป็นนายกฯจะต้องเจออะไรอีกหรือไม่
เชื่อว่านายมิ่งขวัญ และร.ต.อ.เฉลิม ได้คุยกัน เรื่องนี้ก็คงไม่มีอะไร คิดว่านายมิ่งขวัญ จะไปร่วมงานแต่งงานลูกชายร.ต.อ.เฉลิม ในเย็นวันนี้แน่นอน แต่สิ่งที่น่าห่วงคือบรรดากองเชียร์ ต้องระมัดระวัง ในการรักษาน้ำใจคนในพรรคเดียวกัน ทุกคนอยู่ในภาวะกดดันเหมือนกันหมด เราเลือกตั้งได้ที่หนึ่งอยู่แล้ว แต่ไม่ถึงครึ่งถือว่าแพ้ จะถูกอำนาจพิเศษกวาดต้อนพรรคร่วมให้ไปอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ เราชนะประชาธิปัตย์ได้ไม่ยาก แต่ต้องไม่แตกแยก เราจึงต้องแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง ส่วนข้อเสนอของร.ต.อ.เฉลิม ทั้งเรื่องแคมเปญการเลือกตั้ง การปรับเปลี่ยนพื้นที่เลือกตั้ง หากนำไปสู่ชัยชนะ ส่วนข้อเสนอทั้ง3ข้อ ไม่ถือว่าเป็นความแตกแยก แต่เป็นความแตกต่างที่เราต้องหาจุดสมดุลให้ได้
"การอภิปรายครั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม และนายมิ่งขวัญ และทุกคน ต้องมีบทบาทรับผิดชอบสำคัญร่วมกัน และคุยกับนายมิ่งขวัญ ก็ยืนยันว่าอภิปรายครั้งนี้ไม่หน่อมแน้มหรือประณีประนอมแน่นอน ภาพการตรวจสอบแบบบู๊ ก็ต้องมีอย่างแน่นอน การตรวจสอบทุจริตคอรัปชั่นก็ต้องว่ากันอย่างเต็มที่ เชื่อว่า นายมิ่งขวัญ จะไปงานแต่งงานลูกเฉลิม แน่นอน อาจมีโอกาสได้พูดคุยกัน ความเห็นต่างมีกันได้ เหมือนพี่กับน้อง นอกจากนี้พรรคเพื่อไทย กับพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สามารถแยกออกกันได้ สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำ จะต้องถูกนำมาใช้ในการหาเสียง เพราะประชาชนต้องการอย่างนั้น ผมได้ลงพื้นที่จึงเข้าใจความรู้สึกประชาชนคนเสื้อแดงดี"นายจตุพร กล่าว
เมื่อถามว่านายมิ่งขวัญจะเชิญร.ต.อ.เฉลิม ไปร่วมอภิปรายหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ถึงอย่างไรต้องร่วมอภิปรายฯอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้พรรคยังไม่ได้ประชุมกำหนดวันยื่นญัตติ การเสนอบุคคลแนบท้าย แต่นายมิ่งขวัญ ก็ต้องเตรียมความพร้อมเช่นกัน เพราะอภิปรายครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย ถึงแม้ ร.ต.อ.เฉลิม จะประกาศไม่ร่วมก็ต้องคุยกัน เช่นเดียวกับพล.อ.ชวลิต ที่เราก็ต้องร้องขอให้ลงเลือกตั้งเหมือนกัน เราไม่เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ เขาเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว เราแค่ข้าวเปล่าผัดน้ำปลา เป้าหมายเราต้องชนะการเลือกตั้งได้ที่หนึ่งเกินครึ่ง แต่วันนี้ทุกฝ่ายกดดัน จึงออกมาอย่างนี้ เชื่อว่าหากได้คุยกันทุกอย่างก็คงจบ







