posttoday
นายกฯเศรษฐาขอเวลาพิสูจน์ผลงานแม้เพื่อไทยใกล้ชิดตระกูลชินวัตร

นายกฯเศรษฐาขอเวลาพิสูจน์ผลงานแม้เพื่อไทยใกล้ชิดตระกูลชินวัตร

06 กันยายน 2566

นายกฯเศรษฐา กำชับครม.สั่งข้าราชการทำงาน ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ต้องให้เกียรติ ปูนบำเหน็จตามผลงานไม่ใช่การซื้อขายตำแหน่ง ยันมีอิสระทางความคิด แม้เพื่อไทยใกล้ชิดตระกูลชินวัตร ขอเวลา3-6เดือนพิสูจน์ผลงานในการบริหารประเทศ

ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเศรษฐา ทวีสิน แถลงข่าวภายหลังนำประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษก่อนแถลงนโยบายฯว่า วันนี้ก็เป็นการพบปะพูดคุยครั้งแรกในครม. นัดพิเศษ เป็นการรับฟังความคิดเห็นพูดคุยกันโดยได้ให้แนวทางว่าในการทำงานเป็นรัฐบาลของประชาชนและลืมความเหน็ดเหนื่อยและย้ำว่าต้องดูให้ดีในเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมและต้องให้เกียรติข้าราชการเวลาสั่งการ 
 

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำคณะรัฐมนตรีเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ นายเศรษฐา ตอบว่า เพราะเป็นฤดูกาลของการแต่งตั้งโยกย้ายพอดี และเป็นที่ทราบกันดีว่า เรื่องพรุ่งนี้มีการเกิดขึ้นอยู่ตลอด ไม่ใช่ว่าในช่วงนี้หรือรัฐบาลไหนก็ตามที

 

ก็อยากจะเน้นย้ำเพราะภาคราชการทุกภาคส่วน มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการขับเคลื่อนประเทศ เขาทำงานมาตลอดชีวิตก็ยังได้ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานการปูนบำเหน็จทั้งหลายก็ขอให้เป็นธรรมด้วยผลงานไม่ใช่ด้วยมาจากการซื้อขายตำแหน่ง

 

เมื่อถามว่าสบายใจได้หรือไม่ว่าในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งจะไม่เกิดขึ้น นายเศรษฐา ตอบว่าถือนโยบายหลักหรือเป็นหนึ่งในเรื่องแรกๆที่พูดถึง หวังว่ารัฐมนตรีทุกท่านจะให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะว่าจริงๆแล้วคณะรัฐมนตรี
 

เรามีนโยบายดีๆ มีนโยบายที่เราจะแถลงต่อรัฐสภา หลายเรื่องเราต้องการการขับเคลื่อนจากข้าราชการถ้าเกิดเราไม่ให้เกียรติไม่ให้ความเป็นธรรมการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆก็จะเป็นไปด้วยความลำบาก 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเห็นว่า จะไม่มีนโยบายค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อยู่ในร่างนโยบายที่จะแถลง นายกรัฐมนตรีตอบว่า เป็นคำแถลงกว้างๆ เราจะดูเรื่องการขนส่งทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทางน้ำอากาศบก และราง

เรื่องของรถไฟฟ้าก็ต้องมาดูการเชื่อมต่อทุกสายให้เข้ากัน และก็ต้องใช้บัตรใบเดียวเพื่อความสะดวก และต้องดึงเรื่องทั้งหมดกลับมาดูว่า ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมจะเป็นเท่าไหร่ รัฐบาลจะต้องมีการชดเชยเท่าไหร่ ในแง่ของงบประมาณทั้งหมด แต่ยืนยันว่าบรรจุไว้เป็นเรื่องคร่าวๆ อยู่แล้ว 

เมื่อถามว่าที่ยังไม่ทำทันทีเป็นเพราะต้องเอางบประมาณไปใช้ในเรื่องอื่นก่อนหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ครับเราทำทันที เราก็เริ่มดูแลทันที ต้องเอาระบบการขนส่งทางรางทั้งหมดเชื่อมต่อให้เป็นรูปธรรมและก็ต้องมีบัตรใบเดียวเพื่อดูค่าใช้จ่ายทั้งหมดว่าเท่าไหร่ 

ส่วนคาดว่าจะได้เห็นภายในกี่ปี นายกรัฐมนตรี ตอบว่า ขอไปทำงานก่อนนี่ก็ยังไม่ได้เข้ากระทรวงเลยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ยังไม่ได้เข้ากระทรวงเลย ทราบว่าทุกเรื่องเร่งด่วนหมด 

เมื่อถามว่าในวันที่ 11 กันยายน 2566 นอกจากการแถลงนโยบายแล้ว ในระหว่างที่อภิปราย จะมอบหมายให้รัฐมนตรีท่านใด พูดชี้แจงต่อข้อสงสัย นายเศรษฐาตอบว่า ก็ถ้าเกิดกระทรวงไหนเกี่ยวข้องหรือถูกพาดพิง และต้องการการอธิบายเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกท่านเตรียมความพร้อมในการชี้แจง 

นายกรัฐมนตรี ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวถึงกรณี ภาคการเกษตรที่เตรียมรับสภาวะเอลนิลโญ่ ขณะที่หลายประเทศเริ่มสั่งให้มีการชะลอการนำเข้าจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไรบ้างว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลตระหนักดี ตั้งแต่สมัยที่หาเสียงอยู่แล้วก็ถือเป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย

แต่มาอยู่ในรัฐบาลพรรคร่วมแล้ว ทุกพรรคการเมืองที่ไม่อยู่ในรัฐบาลนี้ก็เห็นด้วยกับเรื่องที่ให้ความสำคัญกับภาคเกษตร  ไม่ว่าจะเป็น การขยายตลาดเพิ่มรายได้ แม้มี 2 เรื่องที่อาจจะย้อนแย้ง คือการหารายได้ให้เกษตรกร ก็ต้องมีการส่งออก แต่จะส่งออกอะไร ที่ส่งออกไปแล้วคนไทยไม่มีกิน อันนี้ก็ต้องมานั่งดูกันให้ดี การเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนก็คือเรื่องของการส่งออก การเปิดตลาดใหม่ๆการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการเพาะปลูกรวมไปถึงการลดค่าใช้จ่าย ทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลง

ทั้งหมดนี้จะเป็นการเพิ่มรายได้สุทธิ ของเกษตรกร แต่ก็ต้องคำนึงถึงพืชบางชนิด อาจจะมีการขาดแคลนเนื่องจากสภาวะเอลนิลโญ่ ในการประชุมครมนัดแรกขอให้อดใจนิดนึง วันที่ 13 กันยายน จะมีมาตรการต่างๆออกไป และขอให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตร รวบรวมข้อมูลก่อน ขณะที่สุดสัปดาห์นี้ตนก็จะไปภาคอีสาน เพื่อไปรวบรวมข้อมูลจึงขอเวลานิดนึง

เมื่อถามว่ากรณีที่ชาวนาได้รับความเสียหายจากการปลูกข้าว ประมาณ 7 ล้านตัน และมีบางส่วนไม่สามารถปลูกข้าวได้เลยว่า 9 ล้านไร่ มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร นายกรัฐมนตรีตอบว่า ต้องไปขอดูข้อมูลก่อน ตรงนี้ยังไม่ได้รับรายงานมา 

จากนั้นผู้สื่อข่าว ได้ถามย้อนกลับไปถึงเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ ว่าจะเข้าไปดู ก.ตร.ด้วยตัวเองหรือไม่หลังมีการเบรคไม่แต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ตอบว่า ไม่แน่ใจว่าใช้คำว่าเบรคจะถูกต้องหรือไม่แต่ตนเองก็จะนั่งประธานก.ตร.อย่างแน่นอนและขอดูวันที่เหมาะสมก็จะมีการนัดประชุมต่อไป 

ส่วน ผบ. ตร.คนใหม่ได้มีส่วนในการตัดสินใจหรือไม่ นายกฯตอบว่า เรื่องนี้ยัง และก็ยังไม่ได้เข้าไปบริหารอะไรเลย ขอเป็นหลังแถลงนโยบายก่อน

เมื่อถามถึงการกระชับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ว่าเป็นการมุ่งไปยังการปฏิรูปวงการตำรวจหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า เปล่า ทุกๆภาคส่วนของข้าราชการไม่ได้เจาะจงบอกว่าหน่วยงานไหนมีปัญหามากเป็นพิเศษ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีมีอิสระในการทำงานมากหรือน้อยเพียงไหนเพราะมาจากพรรคเพื่อไทยที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความใกล้ชิดกับตระกูลชินวัตร นายเศรษฐา ตอบว่า ผมขอเวลาในการบริหารราชการ และขออีกสัก 6 หรือ 3 เดือน มวลชนมาถามอีกที ผมเชื่อว่าผมมีอิสระทางด้านความคิดไม่ใช่แค่ครอบครัวชินวัตร หากใครมีข้อมูลดีๆมีเรื่องราวดีๆที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมมาวันนี้รัฐบาลนี้ทำงานเพื่อประชาชนอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ใครที่มีข้อมูลหรือการแนะนำที่ดี คนก็รับฟัง

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในโอกาสที่จะเดินทางไปต่างประเทศ มีโอกาสในการทำให้ต่างประเทศสนใจประเทศไทยและอยากจะมาเมืองไทยมากขึ้นอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรีตอบว่า คงเป็นโอกาสหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศกำลัง รวบรายชื่อ ผู้นำต่างประเทศที่จะเข้าพบ

ส่วนตัวก็จะพยายามนัดหมายกับนักธุรกิจระดับโลกหลายคน เพื่อพูดคุยถึงความต้องการลงทุนในประเทศไทย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก็ถือว่าเป็นการประชุมสหประชาชาติประจำปีในทุกๆเดือน กันยายน ก็ถือเป็นเวลาอันดีที่ได้ไปพบปะพูดคุย

ส่วนจะมีโอกาสได้พบปะกับผู้นำสหรัฐหรือไม่  นายเศรษฐา ตอบว่า ออกกำลังนัดอยู่ ต้องได้อยู่แล้วเพราะท่านเลี้ยงอาหารค่ำวันหนึ่ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯรู้สึกกดดันบ้างหรือไม่ในการเข้ามา และประชาชนคาดหวังสูงในรัฐบาลนี้ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็มีความกดดันอยู่แล้ว ปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ทำงานแล้วก็ต้องยอมรับเรื่องพรุ่งนี้ ยืนยันว่าตนมีความตั้งใจจริงแต่ขอเวลาทำงานนิดนึง ก่อนยกมือขึ้นไหว้ และกล่าวขอบคุณ

ผู้สื่อข่าวจึงแซวว่ารู้ตัวหรือไม่ว่าเป็นคนที่ไหว้สวย นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามแต่ยิ้มให้ 

เมื่อถามว่าจะเข้ากระทรวงการคลังเมื่อไหร่ เศรษฐา ตอบว่าต้องขอดูฤกษ์นิดนึง ทั้งฤกษ์ดีและฤกษ์สะดวก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท