
วิโรจน์แนะนายกฯเศรษฐาฟังเสียงวิจาณ์ปมวางคนไม่เหมาะนั่งรมต.
สส.บัญชีรายชื่อ ก้าวไกล วิโรจน์ ลักขณาอดิศร แนะนายกเศรษฐาฟังเสียงติงปมวางคนไม่เหมาะสมนั่งรมต. ขณะเดียวกันต้องให้โอกาสรัฐบาลทำงานพิสูจน์ตัวเอง ชี้ ชลน่านไขก๊อกหัวหน้าเพื่อไทยไม่ใช่การลาออกแต่เพื่อรับตำแหน่งที่ใหญ่กว่า
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงบุคคลที่จะมีดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา1 ว่า เป็นไปตามที่ประชาชนเห็นว่า เป็นบุคคลเดิม ๆ เพียงแต่มีการสลับกระทรวงกันแต่ก็ขอให้ระยะเวลาทำงานการของรัฐบาลเป็นตัวพิสูจน์
ส่วนเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ควรจะออกมาตอบคำถามต่อสังคม และเห็นว่าการติติงเรื่องคุณสมบัติของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นสิ่งที่ควรรับฟังและก็ควรให้โอกาสให้เวลากับรัฐบาลเพื่อผลงานมาพิสูจน์ว่า รัฐมนตรีคนใดดี หรือไม่ดี มีผลงานหรือไม่มีผลงาน
นายวิโรจน์ ยังเห็นว่า เมื่อมีการเปิดรายชื่อบุคคลที่จะมาทำหน้าที่รัฐมนตรีแล้ว ประชาชนก็จับจ้อง เพราะคาดหวังสิ่งใหม่ ๆ แต่หากเป็นบุคคลเดิมๆสลับเหมือนเก้าอี้คนเดียว ประชาชนก็อาจจะสิ้นหวังบ้าง แต่ก็เป็นแรงกดดัน ที่จะทำให้รัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเอง
นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ เตรียมลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า ถือเป็นการตัดสินใจของนายแพทย์ชลน่าน พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า สังคมยังให้ความสนใจข่าวนี้อยู่อีกหรือ และเชื่อว่า นายแพทย์ชลน่าน คงจะมีการประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อ เพราะตนเองได้มองข้ามขั้นตอนนี้ไปแล้ว และเชื่อว่า สื่อมวลชนคงจะทราบดีว่า จะสามารถลดแรงเสียดทานของสังคมหรือไม่ เพราะไม่ใช่การลาออกให้ตัวเปล่าเล่าเปลือย เพราะคำว่า"ลาออก" ในมุมมองประชาชน คือการลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่ลาออกเพื่อไปรับตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้น
ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคก้าวไกลจะเป็นไรอย่างไรนายวิโรจน์ ระบุว่า จะต้องรอการทำงานของรัฐบาลก่อน แต่ขณะนี้ พรรคก้าวไกล เร่งเสนอแก้ไข และทบทวนกฎหมายที่ล้าสมัย หรือเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริต ไม่โปร่งใส และการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลหลังจากนี้ พรรคฯ ก็จะให้ความสำคัญต่อการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล
นายวิโรจน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่การประชุม สส.พรรคก้าวไกล เมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) มีการพูดคุยถึงการทบทวนตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ประชุม สส.พรรคฯ มอบหมายให้กรรมการบริหารพรรคฯ เป็นผู้หารือ แต่ยืนยันว่า พรรคฯ จะพิจารณาว่า ตำแหน่งใดที่จะทำให้พรรคก้าวไกลสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้ดีที่สุด ทั้งการเสนอแก้ไขกฎหมายที่จำเป็น และการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล เพราะตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ ยังเป็นองค์ประกอบในกรรมการสรรหาบุคคลดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระด้วย รวมถึงการเปิดอภิปรายคณะรัฐมนตรี เช่นเดียวกับ สัดส่วนกรรมาธิการสามัญ สภาผู้แทนราษฎร ที่ สส.ของพรรคฯ มอบหมายให้กรรมการบริหารพรรคฯ เป็นผู้ตัดสินใจเลือก เพื่อให้พรรคฯ สามารถขับเคลื่อนนโยบายพรรคให้ตอบโจทย์ประชาชนได้มากที่สุด โดยไม่ได้คำนึงถึงการเรียกรับผลประโยชน์







