
วันนอร์ ย้ำ แคนดิเดตนายกฯ ไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ก่อนลงมติ 22ส.ค.
มติวิป 3 ฝ่าย ร่วมเคาะขั้นตอนโหวตนายกฯ 22ส.ค. วันนอร์ ให้เวลา สส.-สว. อภิปราย 5 ชั่วโมง ลงมติบ่าย3 ชี้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ ระบุ รัฐธรรมนูญ ไม่ได้กำหนดไว้ ขู่ ใช้อำนาจประธานปัดตก ญัตติชงชื่อ พิธา โหวตซ้ำ ยกคำวินิจฉัย ศาลรธน. ไม่ได้สั่งให้สภาฯทบทวน
ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา นัดหมายตัวแทนวิป 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ประธานรัฐสภา ตัวแทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา และตัวแทนพรรคการเมือง เพื่อหารือ เตรียมความพร้อมก่อนการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณารายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 22 ส.ค. 66
นายวันมูหะมัดนอร์ เปิดเผยภายหลังการหารือว่า การประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 22 ส.ค. เริ่มเวลา 10:00 น. กรอบระยะเวลาการอภิปรายเกี่ยวกับ ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯรัฐมนตรี ใช้เวลาไม่เกิน 5 ชม. แบ่งเป็น สมาชิกวุฒิสภา(สว.) 2 ชม. และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ไม่เกิน 3 ชม. ลงมติไม่เกินเวลา 15.00 น. คาดว่า 17.30 น. คงจะเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นข้อตกลงร่วมกัน
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นว่า ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ประธานฝ่ายกฎหมายของสภาฯได้นำเสนอว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดไว้ว่า ผู้ที่ถูกเสนอชื่อจะต้องเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ก็ไม่มีข้อกำหนดว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อ จะต้องเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์
ประกอบกับที่ประชุมของ คณะกรรมาธิการในการร่างข้อบังคับรัฐสภาปี 2563 มีการแสดงเจตนารมณ์ว่า ไม่ต้องเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งรายละเอียด มีในบันทึกการประชุมเมื่อ 19 ก.ค. 63 และมีมติของที่ประชุมเมื่อ 24 ก.ค. 63 สมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นประธานในที่ประชุม ดังนั้น ประธานรัฐสภาก็ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ
ส่วนการเสนอญัตติด่วนที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาของ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ให้มีการทบทวนมติที่ประชุมเมื่อ 19 ก.ค. 66 เรื่องเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกลนั้น ที่ประชุมเห็นควรให้นายรังสิมันต์ ได้แสดงเจตนารมณ์ ถึงการเสนอญัตติ เห็นว่า ตามข้อบังคับที่ 151 ไม่สามารถนำมาทบทวนได้ เพราะหากมีการทบทวนจะเกิดปัญหาว่า มติของสภาที่ออกไปสามารถทบทวนได้เรื่อยๆ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในการลงมติและมีปัญหา
ที่ประชุมเห็นว่า ให้ใช้อำนาจของประธานตามรัฐธรรมนูญมาตรา 80 และข้อบังคับข้อที่ 5 และ 151 ประกอบ คือไม่รับว่าเป็นญัตติด่วน แต่นำเสนอได้ เพราะจะมีผลกระทบต่อญัตติที่ลงไปแล้ว และญัตติอื่นที่มีการทบทวนก็จะเกิดประเด็นปัญหาขึ้นมาใหม่ ประกอบกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้บอกว่าต้องทบทวนในสิ่งที่พิจารณาไปแล้ว ดังนั้นก็จะดำเนินการตามนี้







