
ศาลรธน.ขยาย30วันพิธา-ก้าวไกลแจงข้อหาล้มล้างการปกครอง
ศาลรัฐธรรมนูญ ขยาย30วัน ให้พิธา- ก้าวไกล แจงข้อหาล้มล้างการปกครอง และยังไม่ชี้ขาดความเป็นรัฐมนตรีของศักดิ์สยามปมถือหุ้นบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น
กรณี นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2 ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ พ.ศ. … เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112โดยนำไปใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งและยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องของผู้ถูกร้องทั้งสอง ซึ่งขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ครั้งที่ 2 ออกไปอีก 30 วัน นับตั้งแต่ครบกำหนดขยายระยะเวลาครั้งแรกแล้ว มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ
นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ ตามที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 54 คนยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
โดยร้องว่า นายศักดิ์สยาม ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วน และยังคงเป็นผู้ถือหุ้น และเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้ผู้ถูกร้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน เป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วน และคุณของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543 มาตรา4 (1) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบคำร้องแล้ว มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยและสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรีตั้งแต่ วันที่ 3 มีนาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย
ล่าสุด พิจารณาแล้วว่า ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย







