posttoday
ศาลอาญาทุจริตกลาง รับคำฟ้อง ปม กกต.กลั่นแกล้ง พิธา

ศาลอาญาทุจริตกลาง รับคำฟ้อง ปม กกต.กลั่นแกล้ง พิธา

18 กรกฎาคม 2566

ทนายความ ยื่นฟ้อง อิทธิพร ประธานกกต. พร้อมพวก ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ กลั่นแกล้ง พิธา ไม่ไต่สวนคดีหุ้น itv ตามขั้นตอน เร่งส่งศาลรัฐธรรมนูญ หวังลดความน่าเชื่อถือ โหวตเลือกนายกฯ สงสัยแบ่งเขตเลือกตั้ง ประกาศผลล่าช้า ศาลอาญาทุจริต รับคดีตรวจฟ้อง พร้อมนัดฟังคำสั่ง 8 ส.ค.

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายยงยุทธ เสาแก้วสถิต ทนายความ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพวกรวม 7 คน (กกต.อีก 5 คน พร้อมด้วยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.) เป็นจำเลย โดยกล่าวหาว่า มีความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

โดยโจทก์ กล่าวหาจำเลยทั้ง 7 สรุปได้ว่า เจตนาร่วมกันออกประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง 2566 ทั่วประเทศ ออกแบบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ที่แตกต่างกันจากการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา พิมพ์บัตรเกินกว่าจำเลยประชาชนมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 7 ล้านใบ ทำให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศไม่เข้าใจ หรือสับสนวุ่นวาย รวมทั้งออกระเบียบ ประกาศต่าง ๆ ในลักษณะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้พรรครัฐบาลเดิมชนะการเลือกตั้ง และได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง หรือรัฐบาลสมัยที่ 2 

นอกจากนี้จำเลยทั้ง 7 มีหน้าที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนตามกฎหมาย แต่จำเลยทั้ง 7 หาได้ทำตามอำนาจหน้าที่ของพวกตนไม่ จนปล่อยล่วงเลยมาถึงวันเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 มีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มายื่นคำร้องต่อจำเลยทั้ง 7 กล่าวหาว่านายพิธา ถือหุ้นสื่อบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น itv จำนวนเพียงประมาณ 42,000 หุ้น ในจำนวนหลายล้านหุ้น จึงอาจขาดคุณสมบัติที่จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.

ต่อมามีผู้ยื่นข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกันอีกหลายคน แต่จำเลยไม่ดำเนินการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยโดยพลันตามกฎหมาย หรือไม่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกามีคำสั่งหรือคำพิพากษาตามกฎหมาย ทั้งที่นายพิธา เคยเป็น ส.ส.มาแล้ว 1 สมัยจนครบวาระ และลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งที่ 2 การกระทำดังกล่าวของจำเลยทั้ง 7 จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ทำให้บุคคลอื่นคือโจทก์ หรือนายพิธา ได้รับความเสียหาย

ขณะเดียวกันก่อนประกาศการเลือกตั้ง ส.ส. จำเลยทั้ง 7 มีพฤติการณ์เคลือบแคลงสงสัยหลายประการ เช่น ประกาศผลการเลือกตั้งได้ช้ากว่าที่ควร ปฏิเสธไม่รับความช่วยเหลือจากหน่วยหรือองค์กรเอกชน และไม่เลือกใช้การสื่อสารที่ทันยุคทันสมัยแต่อย่างใด โดยผลการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค. 2566 ปรากฏว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 14 ล้านคนรวมโจทก์ เลือกพรรคก้าวไกล จนพรรคก้าวไกลได้จำนวน ส.ส.มากเป็นอันดับ 1 คือ 151 คน

แต่จำเลยทั้ง 7 เจตนาร่วมกันกลั่นแกล้งนายพิธา ด้วยการประชุม วินิจฉัย ลงมติ หรือมีความเห็นร่วมกันส่งเรื่องที่นายพิธา ถูกร้องเรียนว่าถือหุ้น itv ต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลการเมืองอย่างเร่งรีบ เพื่อให้วินิจฉัยว่านายพิธา ไม่มีคุณสมบัติหรือขาดคุณสมบัติที่จะสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เพราะถือหุ้นสื่อ และขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง โดยจำเลยทั้ง 7 มิได้ดำเนินการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยให้ละเอียดรอบคอบเสียก่อนตามขั้นตอนของกฎหมาย อันเป็นการดำเนินการก่อหรือขณะวันโหวตเลือกนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 ก.ค. 2566 เพื่อลดความน่าเชื่อถือของนายพิธา และพรรคก้าวไกลต่อสมาชิกรัฐสภา ทั้งที่นายพิธา เป็น ส.ส.มาครบ 1 สมัยหรือ 4 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่เคยมีผู้ใดร้องคัดค้านแต่อย่างใด จึงเป็ฯการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตทำให้บุคคลอื่นคือโจทก์ และหรือนายพิธา ได้รับความเสียหาย
    
โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งให้รับคดีไว้เพื่อตรวจฟ้อง ให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา ในวันที่ 8 ส.ค. 2566 เวลา 09.30 น.

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ