
เปิดหนังสือพิธาค้านกกต.ยันไม่เคยถูกเรียกชี้แจงปมถือหุ้นiTV
เปิดหนังสือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ส่งถึงกกต. ค้านส่งศาลรัฐธรรมนูญปมถือหุ้นiTVชี้ทำผิดระเบียบขั้นตอนไม่เคยได้รับแจ้งให้เข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริง
กรณีนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า พรรคก้าวไกลได้ส่งหนังสือด่วนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) เพื่อคัดค้านการที่ กกต. จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ (ศาลรธน.) เพื่อให้วินิจฉัยกรณีหุ้นสื่อของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
สำนักงานใหญ่พรรคก้าวไกล
วันที่ ๑๐ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
เรื่อง ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๘๒ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กรณีมีข้อกล่าวหาหรือคำร้องเกี่ยวกับสมาชิกภาพของข้าพเจ้า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลง
กราบเรียน ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ตามที่มีการกล่าวหาหรือยื่นคำร้อง ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ("คณะกรรมการ") เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา หากคณะกรรมการเห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของข้าพเจ้า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามมาตรา ๘๒ วรรคหนี่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้คณะกรรมการดำเนินการตามมาตรา ๘๔ วรรคสี่ ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย นั้น
ข้าพเจ้า นายพิธา ลิ้มจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของกราบเรียนต่อท่านว่ากระบวนการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีเหตุสิ้นสุดลงตามมาตรา ๘๒ วรรคหนึ่ง และการดำเนินการตามมาตรา ๘๔ วรรคสี่ ส่งเรื่องตามไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย นั้น ข้าพเจ้าเห็นว่าคณะกรรมการจะต้องปฏิบัติตามระเบียบ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนให้ครบถ้วนกระบวนการ เนื่องจากกระบวนการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๘๔ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นกระบวนการที่คณะกรรมการได้กำหนดขั้นตอนไว้ตาม ข้อ ๘๕ วรรคห้า ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่กำหนดว่า
"ภายหลังประกาศผลเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือประกาศผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภาแล้ว คณะกรรมการเห็นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาผู้ใดไม่มีสิทธิสมัครรับเลือก เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ให้คณะกรรมการยื่นคำร้องหรือส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยต่อไป"
ดังนั้น คณะกรรมการจึงต้องดำเนินการตามกระบวนการก่อนการพิจารณา วินิจฉัยชี้ขาด ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ก่อนที่คณะกรรมการ จะได้รับสำนวนการสืบสวนจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ตามข้อ ๔๘ แห่งระเบียบดังกล่าวนั้น ข้อ ๔๗ วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบตังกล่าว กำหนดว่า
"เมื่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานฝ่ายผู้ร้องหรือจากเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏแล้ว มีพยานหลักฐานสนับสนุนพอฟังได้ว่ามีผู้ใดกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือพรรคการเมือง หรือจะมีผลให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้แจ้งข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ รวมถึงข้อกฎหมายที่เป็นเหตุแห่งการสืบสวนแก่บุคคลนั้น"
ข้าพเจ้าขอเรียนต่อท่านว่าจนถึงบัดนี้ ข้าพเจ้ายังมิได้รับการแจ้งข้อเท็จจริงและพฤติการณ์รวมถึงข้อกฎหมายที่เป็นเหตุแห่งการสืบสวน จากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนแต่ประการใด ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าท่านยังไม่มีการดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. ๒๕'๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนที่จะมีการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๘๒วรรคสี่ ของของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ทั้งนี้ตามข้อ ๘๒ ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ยังได้กำหนดระยะเวลาของคณะกรรมการเพื่อพิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการ โดยมีระยะเวลาถึงเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ได้มีการประชุมในสำนวนนั้น ในการนี้ข้าพเจ้าใคร่ขอให้ท่านพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
โดยหากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนทำสำนวนความเห็น ว่าข้าพเจ้ามีเหตุสิ้นสมาชิกสภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ท่านมีคำสั่งให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนแจ้งข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ รวมถึงข้อกฎหมายที่เป็นเหตุแห่งการสืบสวน ต่อข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าได้มีโอกาสทำคำขี้แจงแก้ข้อกล่าวหา อันเป็นขั้นตอนตามความในข้อ ๕๔ แห่งระเบียบดังกล่าว แต่หากไม่มีเหตุสิ้นสมาชิกภาพขอให้ท่านยุติเรื่องหรือยกคำร้อง เพื่อให้กระบวนการต่าง ๆป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป







