
ศึกชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 'ม้ามืด' หรือใครจะได้เป็นตัวจริง
ชัยชนะ เผยมีม้ามืดชิง "หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์" เป็นนิมิตรหมายที่ดี ด้านอลงกรณ์ไม่มาเข้าร่วมการประชุม สละสิทธิ์การลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคฯ กล่าวก่อนการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคฯ คนใหม่ถึงการเสนอชื่อสมาชิกพรรค เพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ ว่า อาจจะมีม้ามืด ที่ยังไม่เป็นข่าว ประกาศตัวในการชิงตำแหน่งวันนี้ (9 ก.ค.) ซึ่งเป็น ส.ส.มาหลายสมัยการศึกษาดี เคยทำงานเป็นผู้บริหารประเทศมาแล้ว และไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย มีชื่อเสียง และวงศ์ตระกูลดี ส่วนจะได้รับเสียงสนับสนุนหรือไม่นั้น ก็จะต้องขึ้นอยู่ที่การแสดงวิสัยทัศน์คนละ 7 นาที ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการจะฟื้นฟู และเปลี่ยนแปลงพรรคประชาธิปัตย์อย่างไร
นายชัยชนะ ยังยืนยันด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยมีก๊กหรือขั้ว และมีเพียงก๊กประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียว ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น พร้อมยอมรับว่า ในบางเรื่องภายในพรรคประชาธิปัตย์มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การยึดหลักในการฟื้นฟู และพัฒนาพรรคให้ได้ และส่วนตัวคิดว่า หากมีการรีแบรนด์ สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีความเป็นเอกภาพมากขึ้น มีความเป็นหนึ่งเป็นอันเดียวกันในการฟื้นฟูพรรค
ส่วน ส.ส.ภาคใต้ มีหัวหน้าพรรคคนใหม่ใจในแล้วหรือไม่นั้น นายชัยชนะปฏิเสธที่จะตอบคำถาม และย้ำว่าบุคคลที่จะชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรควันนี้ (9 ก.ค.) เป็นม้ามืดไม่ได้เป็นบุคคลในข่าว และเชื่อว่าการเลือกหัวหน้าพรรคฯ ครั้งนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดีที่หัวหน้าอยู่ภาคหนึ่ง และเลขาธิการอยู่อีกภาคหนึ่ง ซึ่งถือเป็นสิงห์เหนือมาเจอเสือใต้
นายชัยชนะ ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับกรณีที่จะมีสมาชิกเสนอให้งดเว้นการใช้ข้อบังคับพรรคที่กำหนดสัดส่วนน้ำหนักคะแนน ส.ส.ในการลงมติเลือกหัวหน้พรรค ที่ปัจจุบัน 25 คน แต่มีน้ำหนักคะแนนถึง 70% เนื่องจากเห็นว่า มีการปฏิบัติตามข้อบังคับพรรคมานานแล้ว ส่วนสาขาพรรค อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี และอดีตกรรมการบริหารพรรค ก็อยู่ในสัดส่วน 30% ขอให้ยึดตามข้อบังคับพรรค
ทั้งนี้ มีรายงานว่า บุคคลที่เป็นม้ามืด ตามที่นายชัยชนะ ระบุคือ "นายนราพัฒน์ แก้วทอง" อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งปัจจุบัน เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคเหนือ และยังมีรายงานด้วยว่า หากนายนราพัฒน์ ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคฯ ก็จะได้แก่ นายชัยชนะ และนายนริศ ขำนุรักษ์ อดีต ส.ส.พัทลุง พัทลุง โดยมีนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา เป็นเลขาธิการพรรค
ทางด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีของพรรคฯ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนเองไม่ได้มาร่วมการประชุมใหญ่ฯ ในวันนี้ (9 ก.ค.) และหวังให้สมาชิกพรรคฯ ทุกคน ร่วมแรงร่วมใจฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ โดยมั่นว่าทุกคนรักพรรคฯ แต่อาจมีแนวคิดแนวทางที่แตกต่างกันในการกอบกู้พรรค แต่ขอให้ทุกคนหันหน้าพูดคุยกันฉันท์พี่น้อง ให้เกียรติกันและกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพรรคฯ ด้วยอุดมการณ์จุดยืนประชาธิปไตยด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สร้างพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนที่ยึดมั่นในระบบรัฐสภา ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง
นายอลงกรณ์ ยังเห็นว่าหัวหน้าพรรคฯ คนใหม่ ต้องมีจุดยืนประชาธิปไตยมีความซื่อสัตย์สุจริต มีภาวะผู้นำที่เข็มแข็ง มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้า สามารถสร้างพลังความเป็นเอกภาพในการฟื้นฟู ปฏิรูปพรรคเพื่อให้ประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมืองที่แข็งแกร่งในอุดมการณ์ และกลับมาเป็นพรรคการเมืองหลักของประเทศอีกครั้งหนึ่ง และขอให้การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคฯ และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เป็นไปโดยราบรื่นด้วยคุณค่าแห่งอุดมการณ์ และความดีงาม อย่าให้ซ้ำรอยปี 2561
ทั้งนี้ ตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ กำหนดให้สมาชิกพรรคฯ ที่จะเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องแสดงวิสัยทัศน์การเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อที่ประชุมใหญ่ของพรรคด้วย ดังนั้น เมื่อนายอลงกรณ์ ไม่มาเข้าร่วมการประชุม จึงไม่สามารถแสดงวิสัยทัศน์ได้ จึงถือว่า นายอลงกรณ์ สละสิทธิ์การลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้







