
ธุรกิจทวงหนี้เฮฮาลูกค้าทะลัก
วงการทวงหนี้เชื่อปีนี้เฟื่องฟู ยอดโตไม่ต่ำกว่า 20% เหตุหนี้เน่านอกระบบล็อตสองทะลัก
วงการทวงหนี้เชื่อปีนี้เฟื่องฟู ยอดโตไม่ต่ำกว่า 20% เหตุหนี้เน่านอกระบบล็อตสองทะลัก
นายประชา ชัยสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชฎฐ์ คอลเลคชั่น และประธานชมรมผู้ติดตามหนี้ที่เป็นธรรม เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าธุรกิจการติดตามทวงหนี้จะมีอัตราการขยายตัวได้ 15-20% ตามการขยายตัวของสินเชื่อของระบบสถาบันการเงินในปีก่อน
นอกจากนี้ เชื่อว่าธุรกิจนี้จะขยายตัวตามนโยบายของภาครัฐในการดึงลูกหนี้นอกระบบจำนวนกว่า 4.5 แสนราย เข้าสู่ระบบเงินกู้ของสถาบันการเงิน ซึ่งหากมีปัญหาการค้างชำระจะทำให้การติดตามทวงหนี้มีปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นด้วย
“ในปีนี้บริษัทมีนโยบายรับพนักงานการติดตามทวงหนี้เพิ่มขึ้นอีก 100 คน จากปัจจุบันที่มีพนักงานอยู่ 500-600 คน เพื่อรองรับการขยายงานเพิ่มมากขึ้น ทั้งด้านกฎหมายที่ควบคู่กับการติดตามทวงหนี้ ประกอบกับบริษัทในเครือมีนโยบายจะซื้อหนี้มาบริหารมากขึ้นด้วย จากปัจจุบันมีสินเชื่อในการ|ติดตามทวงหนี้อยู่ร่วม 1 หมื่นล้านบาท” นายประชา กล่าว
ด้านแผนงานของบริษัทรีโซลูชั่น เวย์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือและทำธุรกิจการรับซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงินในปีนี้ร่วม 5,000-6,000 ล้านบาทนั้น นายประชา กล่าวว่า บริษัทจะใช้เงินลงทุน 200-500 ล้านบาท รับซื้อหนี้มาบริหาร|ติดตามทวงหนี้ ซึ่งแนวโน้มราคาหนี้เสียราคาสูงขึ้น เพราะเป็นหนี้ก้อนใหม่มีระยะเวลาการค้างชำระไม่นานนัก อีกทั้งลูกค้ามีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเครดิตบูโรมากขึ้น เพราะหากมีปัญหาประวัติการชำระหนี้ จะส่งผลกระทบต่อการขอสินเชื่อและความน่าเชื่อถือ
นายประชา ชี้แจงปัญหาที่มีลูกค้าร้องเรียนในการปรับโครงสร้างหนี้กับบริษัท รีโซลูชั่น เวย์ ว่า บริษัทเรียกเก็บเงินเดือนละ 500 บาท การเรียกเก็บเงินดังกล่าวไม่ใช่เป็นการผ่อนชำระหนี้ แต่เป็นค่าดำเนินการชะลอการบังคับคดีตามกฎหมาย เนื่องจากส่วนใหญ่ลูกหนี้ถูกศาลมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแล้ว แต่ยังไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ ก็มีการขอชะลอการบังคับคดี โดยยอดหนี้ยังคงเดิมจนกว่าจะมาชำระหนี้ทั้งหมด
“รูปแบบนี้เป็นการผ่อนหนักผ่อนเบา โดยหากลูกหนี้มีการจ่ายเงินเดือนละ 500 บาท มาได้ระยะหนึ่งอาจจะขอเข้ามาเจรจาปรับลดหนี้กับบริษัทได้” นายประชา กล่าว
อย่างไรก็ตาม โดยที่ผ่านมาบริษัทได้มีการปล่อยเงินกู้ให้ลูกค้า 50 ล้านบาท เพื่อนำไปรีไฟแนนซ์หนี้จากสถาบันการเงินมาเป็นลูกหนี้ที่บริษัทเพียงแห่งเดียว เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแก่ลูกหนี้
กระทรวงการคลังรายงานยอดลูกหนี้นอกระบบที่โอนเข้าสู่ระบบสถาบันการเงินแล้วมีทั้งสิ้น 4.48 แสนราย วงเงินให้กู้ 4.25 หมื่นล้านบาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรปล่อยกู้ 2.99 แสนราย เงินกู้ 3 หมื่นล้านบาท ธนาคารออมสิน 1.43 แสนราย วงเงิน 1.18 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกกว่า 5,000 ราย วงเงินกู้ 550 ล้านบาท ธนาคารรัฐอื่นๆ ให้กู้







