
สาวผู้ดีไม่ติดใจถูกข่มขืนที่ป่าตอง
ผู้การภูเก็ตเต้น สื่อเมืองผู้ดีตีข่าวนักท่องเที่ยวอังกฤษถูกข่มขืนในภูเก็ต แต่เมื่อสอบสวนเหยื่อไม่ยอมให้รายละเอียด และไม่ติดใจเอาความ
ผู้การภูเก็ตเต้น สื่อเมืองผู้ดีตีข่าวนักท่องเที่ยวอังกฤษถูกข่มขืนในภูเก็ต แต่เมื่อสอบสวนเหยื่อไม่ยอมให้รายละเอียด และไม่ติดใจเอาความ
พล.ต.ต. พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2553 น.ส.รอรีน คริสติน่า อายุ 23 ปี ชาวอังกฤษ ได้เข้าแจ้งความสภ.อ.กะทู้ (ป่าตอง) จ.ภูเก็ตว่าถูกข่มขืน หลังสอบปากคำเบื้องต้นตำรวจได้นำตัวส่งโรงพยาบาลป่าตอง เพื่อตรวจร่างกาย ผลการตรวจในทางการแพทย์ไม่สามารถระบุได้ว่ามีการข่มขืนหรือไม่ แต่มีร่องรอยการร่วมเพศเท่านั้น
ทั้งนี้ยังได้รับรายงานว่า ร้อยเวรเจ้าของคดี ได้ดำเนินการให้การช่วยเหลือสาวชาวอังกฤษรายนี้เป็นอย่างดี มีการสอบปากคำทราบว่า ในคืนวันที่ 22 ธ.ค.2553 สาวอังกฤษรายนี้ได้ไปนั่งดื่มเบียร์ที่ซอยโบว์ลิ่ง หาดป่าตอง ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ระหว่างที่ดื่มได้พบกับหนุ่มชาวสวีเดน ชื่อนายแดน เป็นคนที่เคยรู้จักกันมาก่อน และดื่มกันจนไม่ได้สติ พอรุ่งเช้าตื่นขึ้นมา รู้สึกว่ามีอาการปวดที่บริเวณช่องคลอด จึงเข้าแจ้งควาว่าถูกข่มขืน ทางตำรวจได้แจ้งเรื่องให้ทางกงกุลกิตติมศักดิ์อังกฤษ ประจำภูเก็ต และร่วมอยู่ในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงด้วย แต่สาวอังกฤษรายนี้ไม่ยอมให้ข้อมูลทางลึกต่อตำรวจแต่อย่างใด
หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.กะทู้ ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสถานฑูตอังกฤษประจำประเทศไทยที่กรุงเทพฯ ต่อมาวันที่ 27 ธ.ค.2553 ตำรวจได้นัดให้สาวอังกฤษมาที่โรงพักพร้อมกับกงกงสุลอังกฤษ ประจำภูเก็ต ทางสาวอังกฤษก็ยังไม่ยอมให้ข้อมูลใดเพิ่มเติม จนในที่สุดก็ไม่ติดใจ ดำเนินคดีหรือแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับผู้ใดและเดินทางกลับประเทศไปในที่สุด”
พล.ต.ต.พิกัด กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ทางตำรวจอำนวยความสะดวกและให้การช่วยเหลือกรณีที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาแจ้งความ เพราะถือว่าเป็นภาพพจน์ของประเทศไทย แต่กลับมีข่าวออกไปในสื่อของอังกฤษ ในลักษณะที่สร้างความเสื่อมเสียต่อประเทศไทยครั้งนี้ รู้สึกตกใจและแปลกใจเมื่อสอบปากคำก็ไม่ยอมให้รายละเอียด
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ “เดลี เมล์” หนังสือพิมพ์ชื่อดัง ของประเทศอังกฤษเสนอข่าว หญิงสาวชาวเมืองผู้ดีวัย 23 ปีถูกรุมข่มขืนนานกว่า 2 ชั่วโมงโดยกลุ่มคนร้ายมีทั้งชายชาวสวีเดน และ 3 ชายไทยในโรงแรมแห่งหนึ่งที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกของประเทศไทย และกลุ่มคนร้ายยังโทรศัพท์ไปข่มขู่เรียกเงินจากมารดาของเหยื่อ หากไม่ได้จะข่มขืนซ้ำ







