
เศรษฐา ชี้ นักลงทุนทั่วโลก ห่วงสถานการณ์การเมืองไทย
เศรษฐา เผย นักลงทุนทั่วโลก ห่วงสถานการณ์การเมืองไทย เชื่อ ตั้งรัฐบาลสำเร็จ นักลงทุนพร้อมลงทุนในไทย เตรียม คุยผู้ประกอบการ ลงพื้นที่ ภาคเหนือ ขอบคุณประชาชน ปัดไปแข่งกับ พิธา พรรคก้าวไกล โว4 ปีข้างหน้า นำเพื่อไทยกลับมาเป็นที่หนึ่ง อีกครั้ง
ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนักลงทุนต่างชาติกังวลถึงสถานการณ์การเมืองไทยว่า เมื่อวันที่13 มิ.ย. ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์กับนักลงทุนจากทั่วโลก 107 ราย ต่างสอบถามถึงสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล อยากให้จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เนื่องจากทำให้การลงทุนหยุดชะงัก ได้ชี้แจงว่า พรรคเพื่อไทยเป็น 1 ใน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล และอยากให้ทั้ง 8 พรรค จัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว และมีหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี หากฟังจากเสียงนักลงทุนแล้ว พบว่า หากจัดตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว จะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดีขึ้น
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือนแล้ว แต่การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่สำเร็จ จะส่งผลต่อการลงทุนหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า มันก็เหนื่อย เพราะมีปัจจัยและตัวแปรเปลี่ยนแปลงตลอด ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศกังวล หากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว ก็เชื่อว่าจะไม่มีนักลงทุนย้ายฐานการผลิตออกไปจากประเทศไทย มั่นใจรัฐบาลจาก 8 พรรคการเมืองจะให้ความสำคัญกับการค้า การลงทุน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เห็นได้จากการเดินสายพบภาคเอกชน และภาคธุรกิจ ของนายพิธา แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคเอสเอ็มอี และอุตสาหกรรม หากจัดตั้งรัฐบาลได้น่าจะช่วยดึงดูดนักลงทุนกลับมาประเทศไทยได้
เมื่อถามว่า หากการจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จจะส่งผลต่อการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ขอให้อยู่กับความเป็นจริง ไม่อยากให้ ถ้า หรือ สมมุติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล มีความเป็นไปได้สูงที่ทั้ง 8 พรรค จะตั้งรัฐบาลได้ แม้จะมีตัวแปรทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าไปบ้าง มั่นใจว่าจะจัดตั้งได้สำเร็จ ขณะที่นักลงทุนเองก็หวังจะให้จัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นโดยเร็ว ยังมีนักลงทุนจากต่างประเทศอยากย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย เพียงแค่ยังรอรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
เมื่อถามย้ำว่า เป็นห่วงสถานการณ์การเมืองขณะนี้หรือไม่ เพราะผ่านการเลือกตั้งมานานแต่ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่อยากใช้คำว่า เป็นห่วง แต่อยากให้จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จโดยเร็ว ขณะนี้ขอโฟกัสการทำหน้าที่ในพรรคเพื่อไทย โดยอาทิตย์หน้าจะเดินทางพบนักธุรกิจขนาดย่อยในจังหวัดที่พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. โดยอาจจะเป็นจังหวัดน่าน ไปดูการปลูกกาแฟ และโกโก้ เพื่อแก้ปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย และการเผาป่า ที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ หรือ ฝุ่น PM 2.5
นายเศรษฐา กล่าวว่า การลงพื้นที่ภาคเหนือ ไม่ได้ไปหาเสียง หรือแข่งกับนายพิธา ที่ลงพื้นที่ขอบคุณประชาชนที่ภาคเหนือในขณะนี้ แต่ไปรับฟังปัญหาแล้วนำมาดูว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งในอีก 4 ปีข้างหน้า พรรคเพื่อไทยจะต้องกลับมาเป็นที่หนึ่ง







