
คนร้อนอารมณ์เดือด
แค่กะพริบไฟรถใส่ ร.ท.พูลวิทย์ เรืองเดช อายุ 53 ปี กัปตันเครื่องบินสายการบินไทย ก็เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งซะแล้ว หลังจากถูกไล่ยิงระหว่างขับรถบนมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
แค่กะพริบไฟรถใส่ ร.ท.พูลวิทย์ เรืองเดช อายุ 53 ปี กัปตันเครื่องบินสายการบินไทย ก็เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งซะแล้ว หลังจากถูกไล่ยิงระหว่างขับรถบนมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
โดย....ธนก บังผล
แค่กะพริบไฟรถใส่ ร.ท.พูลวิทย์ เรืองเดช อายุ 53 ปี กัปตันเครื่องบินสายการบินไทย ก็เกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งซะแล้ว หลังจากถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดที่บริเวณเหนือสะบักซ้าย ระหว่างขับรถบนมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
อะไรจะดุกันปานนั้น โกรธแค้นเคืองกันมาแต่ชาติปางไหนหรือก็ไม่
ร.ท.พูลวิทย์ บอกว่า รถฟอร์จูนเนอร์คู่กรณีตามท้ายมาเปิดไฟซีนอนสะท้อนเข้ากระจกส่องหลัง เขาเลยพยายามส่งสัญญาณด้วยการกะพริบไฟให้คนขับรถรู้ตัว
แต่นอกจากคนขับไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วยังหยิบปืนมาเหนี่ยวไกไป 7 นัด
ใจคอทำไมถึงได้โหดร้ายถึงเพียงนี้
พญ.ศุภรัตน์ เอกอัศวิน นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่าเป็นความไม่ปกติของตัวบุคคลที่มีปืน
“ลักษณะนี้ตัวเองมีปืน ก็มีลักษณะเหมือนอาชญากรอยู่แล้ว พอเวลามีเรื่อง ขัดใจ ก็ใช้ปืน อาจเป็นความคุ้นเคย จะไปยิงใครก็ตามที่มาเบ่งทับบนถนน พูดถึงเหตุผลแล้ว คนธรรมดาเขาไม่ไล่ยิงกันหรอก”
พญ.ศุภรัตน์ กล่าวอีกว่า ความผิดปกติของคนยิงปืนนี้ ต้องตั้งคำถามตามมาด้วยว่าปืนมันหาง่ายเกินไปหรือเปล่า ส่วนสังคมรีบเร่งเกินไปหรือเปล่านั้น สาเหตุหลักอยู่ที่คน
“การต่อรองด้วยวิธีปกติหมอคิดว่าคนก่อเหตุคงไม่มีทักษะดีพอ ต่อรองกับใครไม่ได้ ไม่สามารถต่อรองกับใครได้ ประกอบกับพกปืน และก็ใจร้อน เรื่องก็เลยเกิด โดยเบื้องต้นนี้ยังไม่รู้ว่าคนยิงปืนดื่มเหล้าด้วยหรือเปล่า ซึ่งก็อาจจะประกอบกันไปด้วยก็เป็นได้”
ทั้งนี้ พญ.ศุภรัตน์ ให้ความเห็นว่า การกระทำดังกล่าวบนท้องถนนด้วยการยิงปืนให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บนั้น ถือว่าเป็นการล่วงละเมิดสิทธิคนอื่น
“คนที่มีสุขภาพจิตดีเขาไม่ทำกันอย่างนี้หรอก”
“ถ้าหากคุณรู้ตัวว่าเป็นคนใจร้อน เห็นใครขัดใจบนท้องถนนไม่ได้ ก็ต้องดูว่าคุณรีบออกจากบ้านเกินไปหรือเปล่า อย่างเช่น ปกติถ้าใช้เวลาเดินทาง 30 นาที แล้วคุณออกเมื่อเวลาเหลือ 15 นาที อย่างนี้คุณก็รีบแน่นอน โอกาสที่จะเกิดการขัดใจบนท้องถนนมีมากแน่ๆ ดังนั้นก็ต้องออกบ้านก่อนสัก 1 ชั่วโมง เพราะจะทำให้โอกาสรีบน้อยลง” พญ.ศุภรัตน์ กล่าว
และที่สำคัญที่สุดสำหรับคนใจร้อนคือ “อย่าซื้อปืน”
“ถ้าคุณเป็นคนใจร้อน ต้องไม่มีปืน จะได้ไม่มีโอกาสก่อเหตุหรือใช้ปืน ซึ่งอาจจะไปถูกใครคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องจนเสียชีวิต” พญ.ศุภรัตน์ กล่าว
ความไม่ปกติของคนนั้นจะว่าไปแล้วก็น่ากลัวอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะความไม่ปกตินั้น...มีปืน







