
มาร์คเชื่อปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่กระทบศก.
นายกรัฐมนตรี เชื่อ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ไม่กระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ มั่นใจ สามารถใช้เงินจากกองทุนน้ำมันตรึงราคาได้ถึงสิ้นเดือนก.พ.
นายกรัฐมนตรี เชื่อ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ไม่กระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ มั่นใจ สามารถใช้เงินจากกองทุนน้ำมันตรึงราคาได้ถึงสิ้นเดือนก.พ.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทางกรรมการนโยบายการเงินเข้าก็พิจารณา การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ที่อาจส่งผลทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวแล้ว ซึ่งมีความกังวลในเรื่องของเงินเฟ้อ เพราะต้องยอมรับว่าเรื่องของแรงกดดันทางเงินเฟ้อซึ่งจะมา 2 ทาง ทั้งจากเศรษฐกิจขยายตัวและทางต้นทุน ซึ่งจำเป็นต้องดูแล แต่คิดว่าคงอยู่ในระดับที่ไม่ถึงขั้นที่จะไปกระทบกับการฟื้นตัวกับเศรษฐกิจในภาพรวม และเชื่อว่าเป้าของปีนี้ยังอยู่ได้ 4-5 % ตามที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ในส่วนของการเข้าไปพยุงราคาน้ำมันดีเซล เนื่องจากมีราคาที่สูงกว่าราคาตามที่คาดการณ์ไว้นั้น ไม่ได้แตกต่างมาก แล้วที่เขาพูดวงเงินไว้นั้นเป็นเพียงคร่าวๆ อย่าลืมว่า 1.เรามีสถานะของกองทุนที่ยังดูแลได้อีกจนถึงสิ้นเดือนก.พ. ซึ่งจะไม่มีปัญหาแน่นอน 2.ในส่วนของมาตรการปฏิรูปประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของการลดภาระกองทุนน้ำมันเรื่องแอลพีจี ก็จะเพิ่มกำลังองกองทุนน้ำมันในการ มาช่วยดูแลเรื่องเสถียรภาพของราคาน้ำมันได้ และ3.ในส่วนของภาษีซึ่งเคยเก็บไว้แล้วมีการเพิ่มขึ้นมา 5 บาท ก็ยังพอมีช่องทางอยู่ ฉะนั้น เราก็จะตามความเหมาะสม แต่เราจะไม่ฝืนว่าถ้ามีการเพิ่มขึ้นสูงจนยาวต่อเนื่อง ยังไม่กระทบกระเทือนกับฐานะทางการเงินการคลังของรัฐ และจะช่วยหยุดยั้งไม่ให้เกิดภาวการณ์เพิ่มขึ้นของราคาสินค้าจนเป็นลูกโซ่ เราก็ควรจะทำ
“วงเงินที่ทางคณะกรรมการนโยบายพลังงานประเมินว่าเหลือเพียง 3 พันล้านบาทนั้น เป็นเพียงการประมาณการไว้เฉยๆ เพราะฐานะจริงๆ เกินอยู่เป็นหมื่น ไม่ใช่ว่ามีเพียงอยู่เท่านั้น ผมย้ำว่าตอนที่รัฐบาลนี้เข้ามากองทุนนั้นติดลบ ซึ่งในวันนี้มีเกินมาเป็นหมื่น ในสถานการณ์เช่นนี้เป็นความเหมาะสมที่ควรเข้ามาดูแลราคาให้กับประชาชน ทั้งนี้ ยังอยู่ในวิสัยที่ใช้กองทุนน้ำมันโดยที่ยังไม่ต้องไปปรับโครงสร้างจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการมาประเมินในช่วงเดือนกุมภาพันธ์กันอีกครั้งหนึ่ง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
25 ม.ค. พร้อมถก พรรมร่วม แสดงจุดยืน แก้ไขรธน.
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 ม.ค.นี้ จะเดินทางไปร่วมคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล ภายหลังจากที่นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ออกมาระบุว่าไม่สามารถคุมเสียงข้างมากของพรรคร่วมได้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93 - 98 ทั้งนี้จะแสดงจุดยืน ในทั้ง 2สถานะ และจะต้องบอกว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร และในแง่ของตัวรัฐบาลจะเดินในเรื่องดังกล่าวอย่างไร ซึ่งในชั้นนี้จะต้องรอให้คณะกรรมาธิการทำรายงายออกมาให้ชัดเสียก่อน ขณะเดียวกันการแสดงจุดยืนทั้ง 2สถานะดังกล่าวจะ ไม่มีความขัดแย้งกัน แต่จะมีบทบาทที่ต่างกัน
มาร์ค ชี้ ไม้เรียว ไม่ช่วยแก้ปัญหา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนกรานว่า รัฐบาลทำมาถูกทางแล้วที่ไม่ต้องการให้ครูใช้ไม้เรียวกับนักเรียน และไม่ควรย้อนกลับไป เพราะไม่คิดว่าการใช้ไม้เรียวจะช่วยแก้ปัญหาได้
รอผลสอบเพิ่มข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการชุมนุม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในฐานะเลขานุการคณะทำงานดูแลคดีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการเพื่อติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา ที่มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สว.ศรีษะเกษ เป็นประธาน โดยระบุว่าพบหลักฐานการเสียชีวิต 13 ราย พอเชื่อได้ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ว่า ที่เคยสรุปเบื้องต้น จะเป็นลักษณะที่ว่า มีบางกรณีอาจจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ ก็ให้มีการดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ยังรอข้อมูลจากคณะกรรมการชุดที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ซึ่งจะเป็นรายงานเบื้องต้นไม่ใช่ข้อสรุป โดยหากพบว่ามีปัญหาหรืออุปวรรค รัฐบาลก็จะต้องแก้ไข อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าว ต้องเข้าใจว่า เป็นเรื่องของการค้นพบข้อมูลเบื้องต้นบ้าง และบางครั้งยังไม่มีการสรุป เพราะฉะนั้น ต้องช่วยกันอย่าให้เกิดความสับสน







