posttoday
จิตแพทย์แนะคุยการเมืองด้วยเหตุผล หยุดวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง

จิตแพทย์แนะคุยการเมืองด้วยเหตุผล หยุดวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง

22 พฤษภาคม 2566

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ชี้ คนไทยตื่นตัวทางการเมืองเพราะเป็นห่วงบ้านเมือง แนะคุยกันด้วยเหตุผล หยุดวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง-ไม่ผลิตเฟคนิวส์โจมตีและยอมรับความเห็นต่างด้วยความสุภาพ

ที่กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ระบุว่า ความตื่นตัวและสนใจทางการเมืองเป็นเรื่องดี ซึ่งแสดงว่าคนไทยเป็นห่วงบ้านเมือง เป็นพลเมือง โดยจะช่วยให้บ้านเรามีโอกาสที่จะเดินไปข้างหน้า จากการที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น แต่มี2ข้อพึงระวังคือ

1.อย่าเครียดมากเกินไปจนถึงขั้นเสียสุขภาพจิตของตนเอง และไปเสียต่อสุขภาพจิตคนรอบข้างและถ้าลงออนไลน์ก็ไปเสียสุขภาพจิตต่อสื่อสังคม 2. บรรยากาศความเป็นห่วงบ้านเมือง  ควรจะเป็นบรรยากาศที่ดี ไม่ควรสร้างความเกลียดชัง / ไม่สร้างความเฟคนิวส์  

นอกจากนี้ยังเห็นว่า ประเด็นสำคัญต้องมาจากการปรับเปลี่ยนแนวคิดของเราก่อน ว่า เราต้องมองเรื่องความต่างเป็นต้นทุนของสังคมมากกว่าที่เราจะมองว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด ถ้ามีใจเปิดกว้างแบบนี้ การรับรู้ข่าวสารที่ใช้เหตุผลมากกว่า ที่จะใช้อารมณ์  เพราะว่าหากเราใช่อารมณ์มากก็จะเครียดมาก และก็จะสร้างความกระทบกันมาก โดยเฉพาะการสร้างวาทะกรรมสร้างความเกลียดชัง หรือ Hate Speech ซึ่งจะนำไปสู่ความรุนแรงในอนาคตได้  ซึ่งหัวใจสำคัญคือการเปิดใจกว้างที่จะยอมรับเหตุผลโดยที่ไม่ใช้อารมณ์
 

สาเหตุที่ทำให้เกิดการใช้อารมณ์มาก คือ การสร้างเฟคนิวส์ และการสร้างวาทะกรรมสร้างความเกลียดชัง หรือ Hate Speech  ตอนนี้มีการระบาดในสื่อสังคมเป็นอย่างมาก คือเป็นการส่งต่อกันในโซเชียลมีเดีย 

ตามหลักของสุขภาพจิตมีจะหลักที่สำคัญคือ 2 ไม่ 1 เตือน คือ ไม่ผลิตข้อความที่เป็นเฟคนิวส์ และเป็นการสร้างความเกลียดชัง ไม่ส่งต่อข้อความเหล่านี้ ซึ่งการส่งต่อข้อความเหล่านี้ทำให้หลายคนขาดวุฒิภาวะ ในการที่จะยอมรับความเห็นต่างอย่างมีเหตุผล และ ต้องเตือนคนที่ส่งข้อความที่เป็นด้านลบทั้งหลาย โดยเราจะต้องเตือนกลับไปอย่างสุภาพ 

ขณะที่สถานการณ์แบบนี้จึงอยากขอสลับเป็น 1 เตือน 2 ไม่ โดยเวลานี้เป็นเวลาที่ต้องเตือนกันด้วยคำสุภาพ ว่าการที่เรามีความเห็นต่างกัน เป็นต้นทุนของสังคม ไม่ใช่เรื่องของดี ไม่ดี ถูกหรือผิด  หากเราเปิดเรารับแบบนี้ได้ สังคมก็จะก้าวไปข้างหน้าได้ด้วยความมั่นใจ ว่าเราทุกคนเป็นเจ้าของบ้านเมืองร่วมกัน มีความเป็นพลเมือง 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เตือนยังไงถึงไม่ทะเลาะกัน นพ.ยงยุทธ ระบุว่า ต้องเตือนด้วยความสุภาพ เช่น ข้อความนี้ต้องระวังอาจจะเป็นข้อความที่สร้างความเกลียดชังหรือเป็นข้อความที่ไม่มีข้อมูลถูกต้องชัดเจน 

ส่วนการใช้ความกดดันว่ามีเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาลให้ทุกคนคิดเหมือนกัน นพ.ยงยุทธระบุว่า การมีเสียงข้างมากเป็นอีกหนึ่งเหตุผล ที่ยอมรับได้ก็ใช้เหตุผลนี้ได้ แต่ก็ต้องสร้างความเหตุผลของคนอื่นได้ ใช้เหตุผลต่อเหตุผลก็จะกลายเป็น เหตุผลที่ทุกคนยอมรับ 

ส่วนกรณีที่มีบ้างคน ระบุว่าหากแก้มาตราบ้างมาตราจะมีม็อบลงถนน หรือหากอีกฝั่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ก็จะมีการลงถนน นพ.ยุทธระบุว่า ความรุนแรงหากจะเกิดขึ้นจะต้องเห็นบรรยากาศก่อนหน้าชุมนุม จึงอยากให้พูดคุยกันด้วยเหตุผลให้สัดส่วนของเหตุผลมากขึ้นเรื่อยๆ

หากมีการชุมนุมฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ผ่านมาหลายครั้งแล้วก็ต้องรู้ว่าจะควบคุมประชาชนในชุมนุมยังไง ที่จะทำให้ไม่เกิดความรุนแรง และที่สำคัญประเทศไทยต้องไม่ก้าวไปสู่การใช้กติกานอกระบบ ประชาธิปไตยเพราะหากไปสู่ขั้นนั้นจริงๆ ก็จะทำให้กลายเป็นสะสมปัญหามากขึ้นไปอีก ก็ต้องรักษาประชาธิปไตยที่เป็นซึ่งเป็นกติกาสากลให้ได้มากที่สุด 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท