
ยันเสื้อเกราะกันกระสุนชายแดนใต้มีมาตรฐาน
กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยันเสื้อเกราะกันกระสุนที่เจ้าหน้าที่ใช้อยู่ในชายแดนภาคใต้มีมาตรฐาน
กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยันเสื้อเกราะกันกระสุนที่เจ้าหน้าที่ใช้อยู่ในชายแดนภาคใต้มีมาตรฐาน
พ.อ.บรรพต พูลเพียร หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า(กอ.รมน.ภาค4สน.) กล่าวว่า ขอยืนยันว่า เสื้อเกราะที่เจ้าหน้าที่ทหารใช้สวมใส่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้นมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานสามารถป้องกันจากการยิงด้วยกระสุนปืนตามคุณสมบัติที่กำหนด
ทั้งนี้ขอชี้แจงต่อกรณีเสื้อเกราะกันกระสุนที่เจ้าหน้าที่ทหารสวมใส่ในวันที่กลุ่มคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามประกบยิงเจ้าหน้าที่ทหารชุดรักษาความปลอดภัยพระสงฆ์ บริเวณปากซอยถนนอุตสาหกรรม ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 18 ธ.ค. 53 เป็นเหตุให้ ส.อ.สุริยะ ชัยยันต์ และ พลทหาร ซันซูดี มะแซ เจ้าหน้าที่ทหารสังกัดหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 เสียชีวิต จนเกิดข้อสงสัยจากสื่อมวลชนแห่งหนึ่งว่า เสื้อเกราะกันกระสุนที่ทางราชการจัดหาให้เจ้าหน้าที่ทหารสวมใส่ขาดประสิทธิภาพ ตามข่าวที่มีการนำเสนอไปก่อนหน้านั้น
“ผลการตรวจสอบเสื้อเกราะกันกระสุนที่ พลทหาร ซันซูดี สวมใส่ มีการป้องกันกระสุนปืนอยู่ในระดับ 3A ซึ่งสามารถป้องกันจากการยิงด้วยกระสุนปืนสั้น และกระสุนปืนเล็กยาวได้ทุกชนิด โดยบริเวณของตัวเสื้อเกราะกันกระสุนที่ถูกยิงด้านหลัง 1 นัด ซึ่งคาดว่ากระสุนที่ยิงเป็นกระสุนปืนเล็กยาวขนาด 5.56 มม. มีลักษณะแตกละเอียดฝังอยู่ภายใน และไม่ทะลุแผ่นเกราะแข็ง ขอยืนยันว่า เสื้อเกราะที่เจ้าหน้าที่ทหารใช้สวมใส่นั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันจากการยิงด้วยกระสุนปืนตามคุณสมบัติที่กำหนด"พ.อ.บรรพต กล่าว
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต ไม่ได้เกิดจากการที่เสื้อเกราะกันกระสุนขาดประสิทธิภาพแต่อย่างใด แต่เนื่องจากกระสุนปืนจำนวนมากยิงเข้าถูกอวัยวะบริเวณที่ไม่มีเกราะป้องกัน และเป็นการประกบยิงในระยะประชิด







