
คุมเข้มชายแดนสกัดยาบ้าทะลักเหนือ
กมธ.สั่งเข้มชายแดนภูซาง-เชียงคำ หลังพบยาบ้าทะลักล็อตใหญ่
กมธ.สั่งเข้มชายแดนภูซาง-เชียงคำ หลังพบยาบ้าทะลักล็อตใหญ่
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กำชับเรื่องการดำเนินการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่บริเวณชายแดนว่าพื้นที่บริเวณชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ โดยเฉพาะชายแดนภูซางและเชียงคำ จ.พะเยา ซึ่งจะพบว่าเป็นช่องทางที่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้เป็นช่องทางลักลอบลำเลียงและเป็นแหล่งพักยาเสพติดบ่อยครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2554 ได้จับกุมชาวสระบุรีที่ลักลอบขนยาบ้าจาก อ.เชียงคำ จำนวน 18,000 เม็ด หรือคิดมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท
ด้านนายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผวจ.พะเยา กล่าวว่า คดีการจับกุมชายที่ลักลอบขนยาบ้าจาก อ.เชียงคำ เมื่อ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา นั้นถือว่าเป็นการจับได้ล็อตแรกในช่วงที่รัฐบาลได้ประกาศสงครามต่อสู้ยาเสพติดในช่วง 90 วัน ของจังหวัดพะเยา ซึ่งเรื่องนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดกับยาเสพติดอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดให้เด็ดขาด โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนอ.เชียงคำ ซึ่งเป็นชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านโดยที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ทางผ่านแต่ปัจจุบันถูกใช้เป็นพื้นที่สำคัญในการพักยาในพื้นที่
จ.พะเยา จึงต้องเข้มงวดกวดขันสกัดขบวนการค้ายาเสพติดไม่ให้ลักลอบนำเข้าพื้นที่
พ.ต.อ.นิธิพัฒน์ พัฒนถาบุตร รอง ผบก.ภ.จว.พะเยา กล่าวว่า คดีที่จับกุมในครั้งนี้ คือ นายสมศักดิ์ แสนสุข อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 6 ต.พุกร่าง อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ได้ซุกซ่อนยาบ้าของกลางจำนวน 18,000 เม็ด ในบริเวณกระปุกน้ำฉีดพ่นกระจกรถยนต์หน้ารถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าทะเบียน ณธ 3947 กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าซื้อยาบ้าจำนวนดังกล่าวมาจาก อ.เชียงคำ ในราคา 1.3 ล้านบาท เพื่อนำไปจำหน่ายที่ จ.สระบุรี







