posttoday
ตั้งรัฐบาล66: ก้าวไกลโน้มน้าวส.ว.เลือกพิธานายกฯ

ตั้งรัฐบาล66: ก้าวไกลโน้มน้าวส.ว.เลือกพิธานายกฯ

16 พฤษภาคม 2566

"พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์" รองหัวหน้าก้าวไกล เผยพรรคหารือเตรียมความพร้อมจัดรัฐบาล โน้มน้าวส.ส.ร่วมโหวต"พิธา"นายกฯ เพื่อเปลี่ยนประเทศ หวังประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยทำตามที่พูดเคารพเสียงประชาชน

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกลในการตั้งรัฐบาล ว่า วันนี้จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อเริ่มพูดคุยกันถึงแนวทางที่จะหารือกับพรรคการเมืองแต่ละพรรค เป็นการลงรายละเอียด หลังจากที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้ประกาศไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเตรียมข้อมูลนำไปคุยกับพรรคต่างๆภายในวันนี้ ส่วนจะไปพูดคุยกับพรรคใดก่อน จะไปทีละพรรคหรือไปคุยรวมกันทุกพรรคนั้น จะต้องขอหารือกับเลขาธิการพรรคก่อนพรรค
 

ส่วน การพูดคุยกับ ส.ว.ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันเป็นการภายใน แต่ ส.ส.ในพรรค ก็พอรู้จักกับ ส.ว.บ้างเพราะเคยทำงานร่วมกันมา ก็คิดว่าแต่ละท่านก็คงจะมีการไปพูดคุย

ส่วนกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ยึดมติของประชาชนโหวตนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรีมองว่า บางพรรคเคยให้สัมภาษณ์ว่าจะยกมือให้กับแคนดิเดตของพรรคที่มาอันดับ1 ก็ต้องไปถามว่าคำพูดที่เคยพูดจะทำหรือไม่ เพราะจะเป็นความสวยงามของประชาธิปไตย หากพรรคการเมืองต่างๆให้การยอมรับเสียงของประชาชน และร่วมกันปิดสวิตซ์สว. เพราะการเลือกนายกฯครั้งนี้ไม่ได้เป็นโอกาสแค่เปลี่ยนรัฐบาลและเป็นการเปลี่ยนประเทศไทย

นักข่าวถามว่า จะมีติดต่อกับพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพูดคุยในการยกมือโหวต นายพิธา เป็นนายกหรือไม่นั้น นายพิจารณ์ ตอบว่า หากแต่ละพรรคมีจุดยืนน้อมรับเสียงของประชาชนก็คงไม่ต้องคุยอะไรกันมาก

ทั้งนี้นายพิจารณ์ ในฐานะหัวหน้าทีมกทม. ยังขอบคุณคะแนนเสียงในพื้นที่กทม.ด้วย โดยบอกว่า สนามกทม.เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว และหลายเขตผลการเลือกตั้งค่อนข้างขาด มีเพียงเขตที่ 20 ลาดกระบัง ที่การประกาศผลของกกต.ว่าห่างกันอยู่4คะแนน ซึ่งทางทีมงานกำลังทบทวนคะแนนอีกครั้ง หากผลคะแนนไม่ได้เป็นไปตามที่ กกต.ประกาศ ก็จะขอให้ไปรวมคะแนนใหม่
    
ส่วนเหตุผลที่ทำให้ก้าวไกลชนะสนามกทม. ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ตั้งเป้าไว้ที่ 19 เขตก่อนที่กกต.จะแบ่งเขตใหม่ พอแบ่งเขตใหม่ก็ทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบอยู่บ้าง แต่ด้วยการที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ ซึ่งเห็นจากเวทีดีเบตและโซเชียลมีเดีย ทำให้ประเมินได้ว่า ถ้าไม่ใช่19 เขตก็ต้องเป็น29-30เขตไปเลย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกระแสให้เป็นคะแนน และขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจ และจะพิสูจน์ให้เห็นว่า นายพิธา ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในรอบ70ปี จะบริหารประเทศ โดยเอาผลงาน การทำงานมาเป็นการขอบคุณให้กับประชาชน

นักข่าวถามถึงกรณี ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค 39 คน หากจะมีใครเข้าไปดำรงตำแหน่งในรัฐบาลแล้วต้องขยับบัญชีรายชื่อหรือไม่นั้น นายพิจารณ์ ตอบว่า เคยมีการพูดคุยกันในพรรค ว่าควรจะลาออกหากจะเข้าไปรับตำแหน่ง แต่บุคลากรที่เป็นแกนนำสำคัญ ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย ก็ยังคงต้องคงความเป็น ส.ส.ไว้อยู่ ส่วนเพื่อน ส.ส.ท่านอื่นก็คงต้องให้ลาออก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท