
สมัชชาแรงงานชงรัฐเร่งปฏิรูปประกันสังคม
เวทีสมัชชาแรงงานแห่งชาติมีมติเรียกร้องปรับปรุงระบบประกันสังคม ให้ยกระดับเป็นองค์กรอิสระ ให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมบริหารกองทุนและขยายขอบเขตการคุ้มครองครอบคลุมคนงานทุกกลุ่มอาชีพ
เวทีสมัชชาแรงงานแห่งชาติมีมติเรียกร้องปรับปรุงระบบประกันสังคม ให้ยกระดับเป็นองค์กรอิสระ ให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมบริหารกองทุนและขยายขอบเขตการคุ้มครองครอบคลุมคนงานทุกกลุ่มอาชีพ
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. มีการประชุมสมัชชาแรงงานแห่งชาติในหัวข้อ “ปฏิรูปประกันสังคมกับคุณภาพชีวิตแรงงาน” โดยมีสมาชิกจากคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย เครือข่ายแรงงานนอกระบบ เครือข่ายเกษตรกรพันธสัญญา สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ ชมรมเครือข่ายผู้ประกันตนเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการและคณะกรรมาธิการการแรงงานประมาณ 1,000 คนเข้าร่วมงาน
ที่ประชุมสมัชชามีมติร่วมกันว่าต้องมีการปฏิรูประบบประกันสังคมให้เกิดความถ้วนหน้า มีความเป็นอิสระและโปร่งใส โดยมีข้อเสนอต่อรัฐบาลให้ทบทวนกฎหมายหรือระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการด้านระบบประกันสังคม โดยเสนอให้สนับสนุนกระบวนการสมัชชาแรงงานแห่งชาติด้านประกันสังคมให้เป็นกลไกนโยบายสาธารณะเพื่อการผลักดันพัฒนาระบบประกันสังคม
นอกจากนี้ยังเสนอให้ขยายขอบเขตการคุ้มครองให้ครอบคลุมคนงานทุกกลุ่มอาชีพ ปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมให้เป็นอิสระภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรีและให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนผ่านการเลือกกรรมการบริหารสำนักงานประกันสังคมด้วยวิธีการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ยังมีข้อเสนอในรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆของผู้ประกันตน เช่น ผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยหรือทุพพลภาพที่มิใช่เนื่องจากการทำงานมีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน ผู้ประกันตนมีสิทธิใช้บริการสถานพยาบาลทุกแห่งที่เป็นคู่สัญญากับสำนักงานประกันสังคม ให้ขยายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานเป็นเวลา 1 ปี
ขณะเดียวกันการได้รับหลักประกันสังคมจะต้องไม่ตัดสิทธิจากระบบสวัสดิการอื่นๆ เช่น ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนการออมแห่งชาติ ฯลฯ รวมทั้งให้แก้ไขปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมให้สอดคล้องและเหมาะสมกับภาวะการจ้างงานในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ เช่น สิทธิประโยชน์กรณีการว่างงานและชราภาพไม่อาจใช้กับแรงงานข้ามชาติได้เพราะคนเหล่านี้อยู่ในประเทศไม่ถึงอายุ 60 ปีดังนั้นควรเปลี่ยนเงินบำนาญชราภาพเป็นเงินก้อนโดยได้รับเมื่อจะเดินทางกลับประเทศแทน







