
ป.ป.ช.ขึ้นเงินเดือนไม่ผ่านสภาขัดรธน.
ศาลรธน.ชี้ พ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 64 ขัดรัฐธรรมนูญแต่ไม่ตกทั้งฉบับชี้การให้อำนาจขึ้นเงินเดือนข้าราชการเป็นการเลือกปฎิบัติ ด้านสภาฯ-วุฒิสภาน้อมรับแก้ไขตามความเห็นศาล
ศาลรธน.ชี้ พ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 64 ขัดรัฐธรรมนูญแต่ไม่ตกทั้งฉบับชี้การให้อำนาจขึ้นเงินเดือนข้าราชการเป็นการเลือกปฎิบัติ ด้านสภาฯ-วุฒิสภาน้อมรับแก้ไขตามความเห็นศาล
นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีหนังสือด่วนที่สุดที่ ศร 0005.6/014 ลงวันที่ 10 ม.ค.ถึงนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อให้รับทราบว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ว่าร่างพ.ร.บ.ประกอบนรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่...) พ.ศ.... ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ยกเว้น มาตรา 64 ที่มีข้อความขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 141 วรรคสอง เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พิจารณาทบทวน ต่อไป
ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยด้วยเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 ว่า มาตรา 64 ที่กำหนดให้คณะกรรมการป.ป.ช.ซึ่งมีฐานะเป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสำนักงานป.ป.ช.เป็นผู้มีอำนาจกำหนดและจัดทำบัญชีอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบช้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับโดยอนุโลมและในส่วนข้าราชการในสาขากระบวนการยุติธรรมมีอัตราไม่สูงกว่าบัญชีเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการอัยการได้โดยไม่ต้องได้รับการพิจารณาจากรัฐสภานั้น เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุความแตกต่างในเรื่องสถานะของบุคคลที่เป็นข้าราชการฝ่ายอื่น
อันเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่า ร่างมาตรา 64 ที่มีข้อความหรือขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่เป็นสาระสำคัญทำให้ร่างพ.ร.บ.ไม่ตกไปทั้งฉบับ
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว. สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ต้องนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวกลับไปให้ทั้งสภาฯและวุฒิสภายืนยันด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง เพื่อตัดเนื้อหามาตรา 64 ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญออกไป ซึ่งในส่วนของวุฒิสภาน่าจะผ่านแน่นอน เพราะเป็นเครื่องมือในการปราบปรามการทุจริต แต่ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรตนไม่ทราบจะมีมติออกมาเช่นไร
“สาเหตุที่วุฒิสภาแก้กฎหมายเพื่อให้อำนาจป.ป.ช. เพราะต้องการให้ป.ป.ช.ทำงานอิสระในการปราบปรามทุจริตโดยไม่ให้ฝ่ายไหนเข้ามา ครอบงำ และที่ผ่านมายังไม่มีบรรทัดฐานในการปฏิบัติ จึงทำให้ส.ว.ไม่ทราบว่าการเสนอกฎหมายลักษณะนี้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ แต่ เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยมาแล้ว ต่อไปการพิจารณากฎหมายก็จะไม่มีการเสนอเนื้อหาดังกล่าวอีกต่อไปโดยเฉพาะใน องค์กรอิสระอื่น และที่แก้กฎหมายมาตราดังกล่าวไม่เกี่ยวกับส.ว.สรรหาหลายคนมีความใกล้ชิดกับ คนในป.ป.ช.และเกี่ยวกับการสรรหา ส.ว.ใหม่ที่จะมีขึ้นในเร็วๆนี้ด้วย”นายไพบูลย์กล่าว
ด้านนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนต่อไปเมื่อเปิดสมัยประชุมสภา ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรก็จะนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแจ้งต่อที่ประชุมสภาฯ เพื่อให้ ส.ส.ได้อภิปรายแสดงความเห็นก่อนลงมติแก้ไขเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่า มาตรา 64 ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ ก็ต้องแก้ไขตามนั้นก่อนนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าต่อไป
นายพิทูร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ถือว่าเป็นการเสียหน้าของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เป็นเรื่องของมุมมองที่ไม่เหมือนกัน คำวินิจฉัยที่ออกมาไม่ได้ให้ร่างพ.ร.บ.ตกไปทั้งฉบับ เพราะสาระสำคัญไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเพียงการให้ตัดเฉพาะบางมาตราที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเท่านั้น







