posttoday
ระเบิดเวลา กรีซ เขย่าความเสี่ยงยุโรป

ระเบิดเวลา กรีซ เขย่าความเสี่ยงยุโรป

20 มกราคม 2553

ยูโรโซนฟันค้าง เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว เหตุกรีซฉุดให้เกิดภาวะถดถอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ยูโรโซนฟันค้าง เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว เหตุกรีซฉุดให้เกิดภาวะถดถอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ยังไม่ทันจะผ่านพ้นไตรมาสแรก หรือกระทั่งเดือนแรกของปี 2010 ไปด้วยซ้ำ แต่หลายประเทศก็มั่นใจกันอย่างเต็มเปี่ยมแล้วว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะพ้นหายนะ จนออกมาปรับขึ้นคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2010 กันอย่างครึกครื้น ไล่ตั้งแต่ฝรั่งเศสที่ปรับขึ้นจาก 0.75% ไปเป็น 1.4% ขณะที่เยอรมนีก็เตรียมปรับขึ้นคาดการณ์จากเดิม 1.2% ไปเป็น 1.5%

หากมองจากแง่ของเศรษฐกิจโลกในภาพรวม ก็นับว่ามีความเป็นไปได้สูง โดยได้ปัจจัยหนุนจากจีนที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวเร็วเกินคาด ขณะที่สหรัฐก็มีสัญญาณดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
แต่สหภาพยุโรป (อียู) โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยูโรโซน 16 ประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรร่วมกัน อาจเข้าขั้นมองในแง่ดีเกินไป หากจะมองแต่ปัจจัยภายนอก โดยละเลยปัจจัยภายในที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่อย่าง “กรีซ” ที่อาจกลายเป็นระเบิดเวลาถล่มยูโรโซนได้ง่ายๆ และดีไม่ดียังอาจกลายเป็นเซอร์ไพรส์ทำให้ทั้งยุโรปกลายเป็นตัวถ่วงโอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะได้ลืมตาอ้าปากกันในปี 2010 นี้

รายงานของซีเอ็นเอ็นมันนี่ ระบุว่า ก่อนหน้านี้บริษัทจัดอันดับเครดิตยักษ์ใหญ่ทั้งสามแห่งของโลก สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และฟิทช์ เรทติ้งส์ ต่างก็พร้อมใจกันหั่นอันดับเครดิตของกรีซลงเมื่อเดือนที่แล้ว จากปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซที่สูงลิ่วล้ำหน้าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประเทศไปหลายเท่าตัว จนสุ่มเสี่ยงว่ารัฐบาลกรีซอาจตกอยู่ในสถานภาพ Default หรือไม่สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่อย่างยิ่งต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

และเมื่อสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านมานี่เอง นักวิเคราะห์ของมูดีส์ก็ได้เขียนรายงานทิศทางเศรษฐกิจในกรีซและโปรตุเกสเอาไว้ว่า ช่างเป็นหนทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม และยังเสี่ยงต่อการ “ตายอย่างช้าๆ”

และแน่นอนว่า นี่ไม่ใช่การจมคนเดียว แต่ยังเป็นเหมือน “ระเบิดพลีชีพตายหมู่” กันทั่วยุโรปเสียด้วย เมื่อกรีซในวันนี้เป็น 1 ในสมาชิก 27 ประเทศยุโรป และเป็น 1 ใน 16 ประเทศยูโรโซนที่ใช้ค่าเงินเดียวร่วมกัน

หายนะทางเศรษฐกิจของกรีซจึงสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะกลายเป็นหายนะของประเทศยูโรโซนด้วย โดยเฉพาะผลกระทบต่อค่าเงินยูโร ซึ่งสะท้อนให้เห็นแล้วอย่างชัดเจนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เงินยูโรอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 4 เดือน เมื่อเทียบปอนด์สเตอร์ลิง โดยอ่อนค่าลง 0.6% มาอยู่ที่ 87.82 เพนซ์ และยังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐทั้งที่เงินอเมริกันยังอยู่ในช่วงขาลง โดยอยู่ที่ 1.4380 ยูโรต่อเหรียญสหรัฐ

การที่นักลงทุนกังวลต่อปัญหาของกรีซนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกินคาดเดา เพราะปัจจุบันรัฐบาลกรีซเผชิญกับงบประมาณขาดดุลและภาวะหนี้สูงกว่าจีดีพีถึง 120% อีกทั้งการถูกลดอันดับเครดิตจาก 3 บริษัทชั้นนำของโลกเมื่อเดือนที่ผ่านมา ก็ยังส่งผลกระทบให้กรีซระดมทุนได้ยากขึ้น และยังต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นด้วย

แนวทางแก้ปัญหาของรัฐบาลกรุงเอเธนส์ที่ได้ประกาศไปแล้วก็คือ จำกัดวงงบประมาณประจำปี 2010 ให้ขาดดุลลงมาอยู่ที่ 8.7% ของจีดีพีประเทศ จากเดิมที่ระดับ 12.7% ในปี 2009 ส่วนแผนการฟื้นฟูเสถียรภาพในระยะยาวนั้น ตั้งเป้าจะลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือเพียง 2.8% ภายในปี 2012 หรือให้อยู่ภายในกรอบที่อียูตั้งไว้ว่าไม่ควรเกิน 3%

นับเป็นเป้าหมายที่ดีที่ทุกฝ่ายต่างก็ต้องการเห็น เพียงแต่หลายฝ่าย “ยังไม่เห็น” แนวโน้มว่ารัฐบาลกรีซจะทำตามแผนที่วางไว้ได้อย่างไร ในเมื่อภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมยังไม่แข็งแกร่งพอ ประเทศส่วนใหญ่ยังต้องใช้เงินอัดฉีด เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวในแดนบวกในปีนี้

ขณะเดียวกันการประชุมรัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศยูโรโซน ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม วานนี้ ก็ต้องเรียกว่าน่าผิดหวัง เมื่อที่ประชุมไม่มีการผ่านหรือเสนอมาตรการใดๆ สิ่งที่อียูจะยื่นมือเข้าชวยนั้น มีเพียงการช่วยดูรายละเอียดมาตรการแก้ปัญหาของกรีซในเดือนก.พ. ที่จะถึงนี้ ก่อนที่บรรดาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของอียู จะช่วยกันตรวจสอบนโยบายของรัฐบาลกรีซโดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย. เป็นต้นไป ทว่าไม่มีใครระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการลงขัน หรือเข้าช่วยทางเงินให้รัฐบาลกรีซแต่อย่างใด เพื่อช่วยเหลือกรีซ ตรงกันข้ามกลับเดินหน้าประกาศความมั่นใจต่อเพื่อนสมาชิกรายนี้ว่า จะผ่านพ้นมรสุมไปได้ด้วยตนเอง

ฌอง โคลด จังเกอร์ ประธานกลุ่มประเทศยูโรกรุ๊ป ยังย้ำความมั่นใจด้วยว่า จะไม่มีประเทศไหนที่เผชิญวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกับกรีซอีก

ในฐานะประธาน คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ต้องย้ำความมั่นใจเศรษฐกิจในบ้านและรอบบ้านตนเอง แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์หลายฝ่าย โดยเฉพาะบริษัทจัดอันดับเครดิต บนพื้นฐานของบข้อมูลและตัวเลขนั้น คำพูดของจังเกอร์อาจไม่ใช่สิ่งที่น่าเชื่อถือได้ 100%

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในฝั่งยุโรปนั้นเข้าขั้นน่าเป็นห่วงถึง 4 ราย คือ โปรตุเกส อิตาลี กรีซ และสเปน (PIGS) หรือบางคนอาจพ่วงไอร์แลนด์เข้าไปด้วย ขณะที่นักวิเคราะห์บางราย เช่น เคที ลีน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสกุลเงินของบริษัท โบรกเกอร์จีเอฟที ในนิวยอร์ก ยังมองว่าเขตเศรษฐกิจอันดับ 1 ในยุโรปอย่างเยอรมนี ก็ไม่ได้น่าห่วงน้อยไปกว่ากัน เพราะปัญหางบประมาณขาดดุลที่ยังคงพอกพูนจากการอัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะที่มูดี้ส์ ยังกระทุ้งถึงอีกปัญหานอกเหนือจากเรื่องหนี้ว่า หลายชาติยุโรปกำลังตามรอยสหรัฐ ด้วยการปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยของตนเองต่ำติดพื้น ทว่าการใช้นโยบายดอกเบี้ยจะไม่ยืนยาวนัก เพราะรัฐบาลต้องพิจารณาไม่ให้ภาวะเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่สูงเกินไป และเมื่อถึงเวลาที่ต้องหันมาขึ้นดอกเบี้ยนั้น บรรดาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่เคยปล่อยไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะกลายเป็นภาระดอกเบี้ยสูง และจะกลายเป็นปัญหาใหม่ที่ยุโรปต้องไปตามแก้กันต่อไป

ก่อนจะมองกันถึงแต่ด้านบวกของเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวปี 2010 สัญญาณลบเหล่านี้ก็ไม่ควรถูกมองข้ามเช่นกัน หากไม่อยากเห็นเซอร์ไพรส์ในปีเสือดุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท