posttoday
อิสลาม, ธนาคาร และการค้า

อิสลาม, ธนาคาร และการค้า

13 มกราคม 2554

....วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์

ณลักษณะเฉพาะของธนาคารอิสลาม คือ ปลอดจากระบบดอกเบี้ย ตั้งอยู่บนหลักการแบ่งปันกำไร โดยทั่วไปผู้ฝากเงินของธนาคารวิถีอิสลามจะได้หรือไม่ได้ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับประเภทของเงินฝาก

เงินฝากที่มีผลตอบแทนต้องเป็นบัญชีฝากประจำเพื่อการลงทุน กำหนดเงินฝากขั้นต่ำในแต่ละครั้งจะถอนได้เมื่อครบกำหนดสัญญา ค่าตอบแทนเงินฝากจะเป็นไปตามสัดส่วนกำไรที่ธนาคารหามาได้ เช่น ในอัตรา 50:50 สำหรับเงินฝาก 3 เดือน หรือ 60:40 สำหรับเงินฝาก 6 เดือน อย่างนี้เป็นต้น

การปล่อยสินเชื่อของระบบอิสลามมีหลายแบบ แต่ที่สำคัญๆ ได้แก่

มุรอบะฮะห์ หมายถึง หลักการบวกกำไร เป็นสัญญาระหว่างธนาคารกับลูกค้า เมื่อธนาคารซื้อสิ่งของ หรือสินค้า (ในรูปเงินสด) ตามที่ลูกค้าต้องการ และนำมาขายให้แก่ลูกค้ารายนั้นโดยมีกำไร และลูกค้าซื้อสิ่งของชิ้นนั้นจากธนาคาร โดยจ่ายเป็นเงินค่างวดตามจำนวนและเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้สัญญานี้ถูกต้องตามหลักศาสนาก็คือ ธนาคารต้องบอกต้นทุน และกำไรที่ธนาคารบวกเข้าไปให้ลูกค้ารู้ และธนาคารต้องเป็นเจ้าของสิ่งนั้นก่อนจะขายต่อให้ลูกค้า แปลว่า กรรมสิทธิ์ในสินค้าจะถูกโอนหลายต่อ

ต่างจากระบบธนาคารปกติที่กรรมสิทธิ์สินค้าไม่ผ่านมือธนาคารเลย เพราะธนาคารให้ยืมเงิน หรือให้ยืมเครดิตไปวางประกันการชำระราคาสินค้าเท่านั้น แต่ในหลักอิสลามธนาคารทำหน้าที่เหมือนผู้ค้าสินค้าอย่างหนึ่ง

อีกแบบคือ สินเชื่อ อิจาเราะห์ หมายถึง ค่าเช่าซื้อ ค่าเช่า หรือค่าบริการในราคาตายตัว (Fixed Price or Wage) โดยธนาคารให้ลูกค้าใช้ทรัพย์สินของธนาคาร (ที่จริงธนาคารก็ซื้อมาเพราะลูกค้านั่นแหละ) อาทิ ธนาคารซื้อระบบการผลิตในโรงงาน เครื่องจักร เครื่องใช้สำนักงาน พาหนะ มาตั้งไว้ในราคาและระยะเวลาที่ชัดเจน แล้วยอมให้ลูกค้าเข้าใช้ประโยชน์

แปลง่ายๆ สินเชื่ออย่างแรก ธนาคารซื้อมาเพื่อขายต่อให้ลูกค้า อย่างที่สอง ธนาคารซื้อมาเพื่อให้ลูกค้าเช่า

ส่วนสินเชื่อรูปแบบสุดท้ายคือ มุชาระกะห์ หมายถึง ความเป็นหุ้นส่วน โดยธนาคารจะร่วมลงทุนกับลูกค้า ในฐานะหุ้นส่วนไม่ใช่เจ้าหนี้ ธนาคารได้ผลตอบแทนในรูปของส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนที่ตกลงไว้ แต่ในกรณีที่ขาดทุนธนาคารก็จะได้ผลกระทบตามสัดส่วนที่ขาดทุน แต่ไม่เกินจำนวนเงินที่ลงหุ้น เช่น การปล่อยสินเชื่อเพื่อการเกษตร ธนาคารและเกษตรกรจะทำสัญญาเป็นหุ้นส่วนกัน ธนาคารลงหุ้นเป็นค่าใช้จ่ายและอุปกรณ์ในการเพาะปลูก ส่วนเกษตรกรลงหุ้นเป็นที่ดินและแรงงาน

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ธนาคารอิสลามเติบโตอย่างมากเมื่อเทียบกับธนาคารทั่วไป โดยมีอัตราเติบโต 1015% ต่อปี ความสำเร็จเหล่านี้ดึงดูดให้สถาบันการเงินชั้นนำของโลก เช่น ANZ, Citibank, HSBC, Goldman Sachs ฯลฯ หันมาให้ความสนใจ และเข้ามาดำเนินธุรกิจธนาคารอิสลามในรูปแบบต่างๆ เช่น เปิดธนาคารลูกของตัวเองที่ดำเนินงานตามหลักการอิสลาม หรือเปิดเคาน์เตอร์ให้บริการการเงินแบบอิสลามที่เรียกว่า “Islamic Windows”

แม้ว่าประเทศไทยจะมีธนาคารอิสลาม แต่มูลค่าตลาดและการเงินยังเล็กเมื่อเทียบกับธนาคารในประเทศมุสลิมที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ๆ หากไทยต้องการขยายฐานการส่งออกในตลาดตะวันออกกลาง เอเชียกลาง หรือแม้แต่แอฟริกา การสนับสนุนให้มีสาขาธนาคารอิสลามของไทยในดูไบและบาห์เรน ก็เป็นเรื่องที่น่าผลักดัน เพื่อความสะดวกแก่ผู้ส่งออกนำเข้า เพราะสาขาดังกล่าวจะกลายเป็นศูนย์กระจายสินค้าส่งออกจากไทยไปยังประเทศมุสลิมแถบนั้นอีกต่อหนึ่ง เพราะสินเชื่อแบบธนาคารมุสลิม

ก็คล้ายๆ กับ Trader อย่างหนึ่งนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล