
หญิงชู3นิ้วมอบดอกไม้ ธูปเทียนนายกฯ จี้ถามปมยุบสภา เจ้าตัวบอกถึงเวลารู้เอง
นายกฯประยุทธ์ ยกคณะตรวจราชการจ.เชียงใหม่ ตอบคำถามหญิงชาวพิจิตร มอบดอกไม้ ธูปเทียน ชู3นิ้วและสอบถามจะยุบสภาเมื่อไร เจ้าตัวตอบ"ถึงเวลารู้เอง"
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, น.ส ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดเชียงใหม่
ที่อนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ระหว่างที่นายกฯกำลังพูดคุยกับ ตัวแทนคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่เดินทางมาขอบคุณที่นายกฯให้งบประมาณและกลุ่มนักศึกษาซึ่งนายกฯได้สอบถามว่าเรียนคณะอะไรกันบ้าง ได้นางวันดี รัตน์ด้วง ชาวพิจิตร ได้มอบดอกไม้เหลือง พร้อมธูปเทียน พร้อมชู3นิ้วให้กับนายกฯและสอบถามว่า จะยุบสภาเมื่อใด ทำให้นายกรัฐมนตรีถึงกับยิ้มแห้งและหันหน้าหนี แต่ก็ตอบกลับว่า “เดี๋ยวก็รอฟังก็แล้วกัน ทำไมเหรอ มีอะไรไหมล่ะ อยากรู้ เดี๋ยวถึงเวลาเองแหละ เอาเท่าที่ยังอยู่ก่อนนะ” จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เอามือข้างที่ยังเจ็บแตะไปหน้าอก พร้อมบอกว่า “ให้ช่วยกันดูแลบ้านเมือง” ก่อนที่จะเดินทางขึ้นรถ ไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพ
ด้าน นางวันดี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นชาวพิจิตร มาทำงานเป็นแม่บ้านหอพักที่เชียงใหม่การสอบถามนายกฯ เป็นสิทธิและหน้าที่ในการแสดงออก และไม่กลัวที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัว เพราะสิ่งที่แสดงออก มีคนเดือดร้อนกว่า 60 ล้านคน ประเทศไทยไม่มีใครมาลงทุน ขณะนี้ไปต่างประเทศหมดแล้ว เป็นเผด็จการซ่อนรูป จึงต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยต้องการความเท่าเทียม และเรียกร้องให้เปลี่ยนนายกรัฐมนตรี เราต้องการเดินหน้าไม่ต้องการถอยหลังอีกแล้ว รวมถึงให้ปล่อยเด็กที่ถูกคุมขังจากคดีการเมือง
นางวันดีเคยมาเคลื่อนไหว เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อปีที่แล้วด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางไปตรวจราชการของนายกฯและคณะเป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มีป้ายเชียร์หรือให้กำลังใจ เหมือนกับการลงพื้นที่จังหวัดอื่นๆ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการหาเสียงในเวลาราชการ หลังพรรครวมไทยสร้างชาติถูกจับจ้อง และถูกร้องในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลดอยสุเทพ ได้ขอให้นายกรัฐมนตรี ขยายถนนถ้ามีโอกาส ก่อนที่พลเอกอนุพงษ์ จะนำมือไปแตะเพื่อให้หยุดพูด ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่าเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในใจนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว มีแผนงาน อยู่หลายแผนงาน ซึ่งปัญหาด้านคมนาคมถือเป็นปัญหาสำคัญ จากนั้นได้พูดคุยกับอสม.ว่า ยินดีด้วยนะ ก่อนที่จะทักทายกับ กลุ่มของกระทรวงแรงงาน โดยแซวว่า รัฐมนตรีไม่รู้ไปไหนไม่ได้มาด้วย







