
เครือข่ายรักชาติฯขู่บุกปิดด่านอรัญ
ไชยวัฒน์สั่งระดมพลใหญ่วันนี้ กก.สิทธิจี้รัฐบาลป้องคนไทย
โพสต์ทูเดย์
— เครือข่ายประชาชนฯ ประกาศปิดด่านอรัญประเทศ กดดันรัฐบาลเร่งช่วย 7 คนไทยนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ได้แถลงท่าทีในการกดดันรัฐบาล ให้ปล่อยตัวคนไทย 7 คน ที่ถูกกัมพูชาจับกุมเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ว่า ได้เตรียมระดมคนในวันที่ 13 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างเร่งด่วน เพื่อปิดด่านชายแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว หากรัฐบาลไม่ปิดด่าน ก็จะนำประชาชนไปปิดด่านเอง
ทั้งนี้ เพื่อหยุดเส้นทางขนยาเสพติด น้ำมันเถื่อน สินค้าหนีภาษี ไม้เถื่อน แรงงานเถื่อน และปิดกั้นความสะดวกที่คนไทยบางส่วนจะเข้าไปเล่นกาสิโนปอยเปต รวมไปถึงการตรวจสอบการบริหารการผลิตกระแสไฟฟ้าจากประเทศไทยไปกัมพูชา ว่าถูกต้องชอบธรรมหรือไม่
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า การจะไปชุมนุมบริเวณ อ.อรัญประเทศ นั้นเป็นหน้าที่ของกองกำลังบูรพา และ ผวจ.สระแก้ว ที่ต้องหารือกัน โดยเฉพาะการชุมนุม หากไม่ส่งผลกระทบและไม่มีความวุ่นวายสามารถ ชุมนุมได้ ที่ผ่านมาต้องขอบคุณผู้ชุมนุมที่ปฏิบัติตามข้อตกลง
ด้านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างรอบคอบ และปกป้องสิทธิและเสรีภาพของคนไทยทั้ง 7 คนที่ถูกกัมพูชาจับกุมตามหลักสิทธิมนุษยชน และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองอย่างเคร่งครัด ขอให้รัฐบาลไทยดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจังในการดูแลสวัสดิภาพของคนไทยที่ถูกจับ
ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุว่า รัฐบาลต้องดำเนินการให้เกิดความชัดเจนในเรื่องแนวเขตแดนไทยกัมพูชา และระหว่างรอการพิสูจน์และรับรองแนวเขตแดน โดยทั้งสองฝ่ายขอให้รีบส่งคนไทยทั้ง 7 คนกลับประเทศไทยโดยเร็ว
นอกจากนี้ คณะกรรมการสิทธิฯ จะให้ความสำคัญในกรณีดังกล่าว และจะดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงและความคืบหน้าในการดำเนินการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งรายงานให้สาธารณชนทราบเป็นระยะๆ ต่อไป
นายประสาท ปราสาทวินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ กล่าวว่า สถานทูตไม่เคยให้คนไทยทั้ง 7 คน รับสารภาพว่าล้ำดินแดนตามข้อกล่าวหาของกัมพูชา และการให้ถ้อยคำถือเป็นอิสระ ขณะนี้กระบวนการพิจารณาคดีของศาลอยู่ในขั้นตอนของการไต่สวน ขึ้นอยู่กับทางศาลว่าจะนัดไต่สวนอีกเมื่อใด รวมถึงกำหนดวันฟังคำพิพากษา
นายประสาทยังได้อธิบายถึงขั้นตอนการดูแลและให้ความช่วยเหลือทั้ง 7 คนไทยนับตั้งแต่วันที่ถูกจับกุม เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2553 และได้ประสานงานกับทางกัมพูชาจนได้อนุญาตให้คณะของนายการุณ ใสงาม เข้าเยี่ยมคนไทยทั้ง 7 คนในเรือนจำได้ ทั้งนี้ทนายความกัมพูชา พร้อมยินดีประสานงานเพื่อหาล่ามให้กับทั้ง 7 คนไทย







