
วิธีชิ่ง...แท็กซี่หื่นกาม
หนทางเอาตัวรอดสำหรับสาวๆ ที่ใช้บริการรถแท็กซี่ ประการแรกต้องมี “สติ” เมื่อขึ้นรถแท็กซี่ควรสังเกตสีและป้ายทะเบียนรถให้ดี เพราะอาจเจอตั้งแต่พวกโรคจิต พูดจาลวนลาม ทำอนาจาร กระทั่งอาจถึงขั้นถูกข่มขืน...
หนทางเอาตัวรอดสำหรับสาวๆ ที่ใช้บริการรถแท็กซี่ ประการแรกต้องมี “สติ” เมื่อขึ้นรถแท็กซี่ควรสังเกตสีและป้ายทะเบียนรถให้ดี เพราะอาจเจอตั้งแต่พวกโรคจิต พูดจาลวนลาม ทำอนาจาร กระทั่งอาจถึงขั้นถูกข่มขืน...
โดย...อิทธิกร เถกิงมหาโชค
ช่องโหว่ที่เป็นสาเหตุให้ผู้ประกอบอาชีพ “บริการ” อย่างแท็กซี่ก่อเหตุ ข่มขืนกระทำชำเราผู้โดยสารผู้หญิงได้ ส่วนหนึ่งเพราะโชเฟอร์เหล่านี้ไม่ผ่านการฝึกอบรมก่อนเข้าสู่อาชีพแม้แต่น้อย ขณะที่อู่แท็กซี่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเต็มกรุงเทพฯ และปริมณฑล
คนขับรถสาธารณะประเภทนี้จึงร้อยพ่อพันแม่ควบคุมได้ยาก ยกเว้นผู้ประกอบอาชีพด้วยสัมมาอาชีวะ มีจรรยาบรรณและมโนสำนึกที่ดี
ประการต่อมาต้องยอมรับว่าบทลงโทษตามกฎหมายบ้านเรายังอ่อนเกินไป เช่น กรณีการลวนลามก็มีโทษตัดสินแค่รอลงอาญาเท่านั้น รอดคุกมาได้ก็ออกมาก่อคดีเก่าซ้ำอีก
เช่น กรณีล่าสุดที่นายทองมี ค้อนจตุรัส โชเฟอร์หื่นชาวโคราช วัย 37 ปี ก่อเหตุข่มขืนผู้โดยสารสาวไกด์วัย 25 และเป็นการก่อเหตุครั้งที่ 3 โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2550 เพิ่งถูกศาลตัดสินลงโทษจำคุก 2 ปี แต่ให้รอลงอาญา
ระหว่างที่ออกมาลอยชายไม่นานก็ย่ามใจก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งอาจมีสาเหตุเพราะได้รับโทษเล็กน้อย จึงไม่รู้สึกเข็ดหลาบหรือเกรงกลัวกฎหมาย
หรือบางรายโดนติดคุกไม่กี่เดือนก็ออกมาทำกรรมซ้ำซากอีก ขณะที่หญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อกลับต้องทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต!
พ.ต.ท.โชติวิเชียร วิเชียรโชติ รองผกก.5 ตำรวจสันติบาล 1 เจ้าของผลงานหนังสือ “ภัย ผู้หญิง” แนะนำว่า หนทางเอาตัวรอดสำหรับสาวๆ ที่ใช้บริการรถแท็กซี่ ประการแรกต้องมี “สติ” เมื่อขึ้นรถแท็กซี่ควรสังเกตสีและป้ายทะเบียนรถให้ดี เพราะอาจเจอตั้งแต่พวกโรคจิต พูดจาลวนลาม ทำอนาจาร กระทั่งอาจถึงขั้นถูกข่มขืน
เทคนิครับมือโชเฟอร์หื่น
1.ควรนั่งเบาะหลังชิดขวาสุดหลังคนขับ เพราะหากเจอคนขับหื่นก็จะหันมาทำอันตราย ได้ยาก
2.ควรจำชื่อ-นามสกุลคนขับจากใบอนุญาตบนคอนโซลหน้ารถ (หากเป็นไปได้ให้โทร.แจ้ง พ่อแม่หรือใครก็ได้ให้เป็นปกติเมื่อใช้บริการแท็กซี่เพื่อให้คนขับได้ยิน)
3.หากถึงขั้นถูกแทะโลมด้วยวิธีใดก็ตามให้รีบ โทร.ไปถึงญาติหรือเพื่อนสนิท โดยการแกล้งหลอกว่าคุยกับตำรวจ พร้อมแจ้งให้ปลายสาย รับทราบว่ากำลังนั่งแท็กซี่สีอะไร ทะเบียนอะไร และให้แท็กซี่จอดรถแล้วลงทันที
ในกรณีที่ทำตาม 3 ข้อข้างต้นแล้วไม่สำเร็จ เพราะความหื่นไม่ทุเลาลงให้ดำเนินการดังต่อนี้
1.หากแท็กซี่ขับรถออกนอกเส้นทางให้โทร.แจ้งตำรวจ หรือ 191 ทันที หรือใครก็ได้ที่คาดว่าจะช่วยเหลือได้ทันที แต่หากเผลอขึ้นไปนั่งเบาะหน้าแล้วถูกจี้ด้วยมีดหรืออาวุธอื่นให้ตั้งสติเพื่อฉวยโอกาสกระโดดลงจากรถ เช่น รถติดไฟแดง
2.หากเลยเถิดถึงขั้นใช้กำลังข่มขืนโปรดตั้งสติและหว่านล้อมให้โจรปล้นสวาทพวกนี้ตายใจ หรือทำให้ต่อมสำนึกพวกมันทำงาน เช่น สร้างเรื่องอ้อนวอนให้เกิดความเห็นใจ หากไม่ได้ผลก็ทำให้กลัวไปเลย เช่น บอกว่าเป็นเอดส์ เป็นไข้หวัดใหญ่ 2009
3.หากวิธีการดังกล่าวไม่ได้ผลก็ให้แกล้ง จำยอม แต่อย่าลืมต่อรองให้ได้มากที่สุด เช่น ขอให้ไปโรงแรม ขอให้ใช้ถุงยางอนามัย แล้วฉวยโอกาสหลบหนี แต่ถ้าถึงขั้นเริ่มปฏิบัติกิจก็ให้กัดลิ้นหรือกัดเจ้าโลก (ถ้าไปถึงขั้นนั้น) แล้ววิ่งหลบหนีให้สุดชีวิต
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อแนะนำที่จำลองเหตุการณ์ขึ้น ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่แน่นอนตายตัว เพราะใครที่ตกเป็นเหยื่อย่อมอยู่ในสถานการณ์คับขันที่อาจขาดสติหรือควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
ดังนั้น “ศูนย์เตือนภัยผู้หญิง” ที่ พ.ต.ท. โชติวิเชียร ตั้งขึ้นก็เป็นประโยชน์สำหรับสาวๆ ทั้งหลาย โดยสามารถเข้าไปติดตามข้อมูลได้ที่ www.paiphuying.com อย่างน้อยการมีความรู้ไว้เบื้องต้นก็เป็นการครองตนโดยไม่ประมาท และสามารถช่วยเหลือตัวเองให้รอดพ้นจากภัยมืดในเมืองกรุงแห่งนี้ได้ n







