posttoday
ส่งออกปี’54ในรูปเงินบาทส่อติดลบ

ส่งออกปี’54ในรูปเงินบาทส่อติดลบ

12 มกราคม 2554

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดบาทแข็งค่า ทำส่งออกไทยในรูปเงินบาทปี 2554 ติดลบ 1.5% ส่วนเหรียญสหรัฐชะลอเช่นกัน แนะ กนง.ขึ้นดอกเบี้ยทั้งปีไม่เกิน 0.5%

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดบาทแข็งค่า ทำส่งออกไทยในรูปเงินบาทปี 2554 ติดลบ 1.5% ส่วนเหรียญสหรัฐชะลอเช่นกัน แนะ กนง.ขึ้นดอกเบี้ยทั้งปีไม่เกิน 0.5%

นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ได้วิเคราะห์ทิศทางการส่งออกไทยปี 2554 คาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 6.7-12% มูลค่า 2.06-2.17 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในรูปของเงินบาทขยายตัวติดลบ 1.5% ถึงบวก 3.4% มูลค่า 6.04-6.34 ล้านล้านบาท

เป็นผลจากปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน ที่คาดว่าปีนี้เงินบาทจะแข็งค่าระดับ 28.330.1 บาท/เหรียญสหรัฐ แข็งค่ากว่าปี 2553 ที่เงินบาทเฉลี่ย 31.7 บาท/เหรียญสหรัฐ

แนวโน้มการส่งออกที่ชะลอตัวทั้งในรูปเงินเหรียญสหรัฐ และเงินบาทเมื่อเทียบกับปี 2553 ยังเป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงในเรื่องของภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 44.5% จากปี 2553 เศรษฐกิจโลกขยายตัว 4.8% โดยตลาดส่งออกที่ชะลอตัวมาจากตลาดหลักดั้งเดิมของไทย เช่น สหรัฐ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ซึ่งประสบปัญหาเงินฝืดและปัญหาการว่างงาน

นอกจากนี้ ยังเป็นผลมาจากต้นทุนสินค้าปรับตัวสูงขึ้น จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น หลังจากประเทศมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การขาดแคลนวัตถุดิบสินค้าเกษตรจากปัญหาน้ำท่วมปี 2553 และแนวโน้มราคาพลังงานสูงขึ้น โดยคาดว่าปี 2554 ราคาน้ำมันดิบจะปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 86.1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงกว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปี 2553 อยู่ที่ 79 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ทั้งนี้ สอดคล้องกับดัชนีชี้นำการส่งออก ที่สร้างจากตัวแปรชี้นำภาคการส่งออก อาทิ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ดัชนีชี้นำธุรกิจระยะสั้น อัตราการใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม ซึ่งค่าดัชนีชี้นำการส่งออกเดือน พ.ย. 2553 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.1 อยู่ที่ระดับ 101.0 จาก 100.9 ในเดือนก่อน และคาดว่าการส่งออกไตรมาสแรกของปี 2554 จะขยายตัวอยู่ในช่วง 3.8-9.0% แต่ยังต่ำกว่าการขยายตัวส่งออกไตรมาส 4ที่ขยายตัว 17.7%

สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณานั้น มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายทั้งปี ไม่ควรขึ้นเกิน 0.5% เพื่อไม่ให้กระทบกับภาคการส่งออกมากเกินไป แต่จะปรับขึ้นช่วงไหน ทาง กนง.คงดูจากปัจจัยในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อภายในประเทศเป็นหลัก

ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศยังประเมินว่า ในปี 2554 อัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังมีทิศทางสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค ซึ่งปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญส่งผลกระทบต่อการส่งออก เพราะการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจะส่งผลให้ความได้เปรียบในด้านราคาส่งออกลดลง พร้อมคาดว่าถ้าอัตราแลกเปลี่ยนในปีนี้อยู่ในระดับ 28.30-30.10 บาท/เหรียญสหรัฐ และสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค ก็จะยังคงทำให้การส่งออกขยายตัวได้ตามที่คาดการณ์ไว้

การที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในปี 2554 เมื่อพิจารณาอีกมุมหนึ่งจะพบว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า รวมถึงการผลิตและการขนส่งที่ต้องนำเข้าเชื้อเพลิง

ปัจจัยด้านต้นทุนสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น สามารถพิจารณาออกเป็น 2 ส่วน คือสินค้าที่ผลิตในประเทศ และสินค้านำเข้า โดยต้นทุนสินค้าในประเทศมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าในภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในปี 53 ซึ่งจะเกิดปัญหาการขาดแคลนสินค้าเกษตร ด้วยกลไกลตลาดจึงทำให้ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้ ในปี 54

ขณะที่ต้นทุนสินค้านำเข้า ในส่วนนี้เชื่อมโยงกับอัตราแลกเปลี่ยน การที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จะส่งผลดีอุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าสินค้าขั้นกลางในการผลิตเพื่อการส่งออก รวมถึงการผลิตและการขนส่งที่ต้องนำเข้าพลังงาน

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ