posttoday
ผ่านฉลุย4แผนปฏิรูปประเทศไทยเข้มแข็ง

ผ่านฉลุย4แผนปฏิรูปประเทศไทยเข้มแข็ง

12 มกราคม 2554

ครม.ผ่านแผนปฏิรูปประเทศไทย 4 ด้าน และ 9 แผนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฉลุย แม้จะโดนวิพากษ์วิจารณ์หนักว่าจะสร้างปัญหาหนี้ระยะยาวให้ประเทศ

ครม.ผ่านแผนปฏิรูปประเทศไทย 4 ด้าน และ 9 แผนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฉลุย แม้จะโดนวิพากษ์วิจารณ์หนักว่าจะสร้างปัญหาหนี้ระยะยาวให้ประเทศ

 

ผ่านฉลุย4แผนปฏิรูปประเทศไทยเข้มแข็ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่า ครม.ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการปฏิรูปประเทศไทยที่รัฐบาลได้นำเสนอ ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องของการศึกษา กระบวนการยุติธรรม สวัสดิการคุณภาพชีวิต ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเรื่องเศรษฐกิจที่ให้โอกาสให้เกิดความเป็นธรรม และเกิดความเท่าเทียม

ทั้งนี้ ครม. ได้ให้ความเห็นชอบปรับรายละเอียด อาทิ การเพิ่มหน่วยงานหรือปรับเปลี่ยนหน่วยงานที่ไปดำเนินการ และนายกฯ จะเป็นประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อน เพื่อให้การทำงานทุกด้านปรากฏผลเป็นรูปธรรมตามกรอบเวลาที่ได้กำหนด

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนจะทำหน้าที่เป็นประธานในการติดตามและขับเคลื่อน ซึ่งจะมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ทำหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติ โดยจะมีการมอบหมายเป็นการเฉพาะหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านนี้จะต้องมอบหมายบุคคลให้ชัดเจน และจะมีการรายงานเกือบตลอดเวลาเพื่อให้การทำงานเดินไปได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่แผนปฏิบัติการปฏิรูปประเทศไทยในระดับนโยบายอย่างครบถ้วน จะต้องดำเนินการเดินหน้าต่อไปตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไปจะมีการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมในแต่ละเรื่องตามตารางเวลาการปฏิบัติงานที่ได้กำหนดไว้ และจะมีการประเมินการทำงานอยู่เป็นประจำ เช่น เรื่องของประกันสังคม

สำหรับงบประมาณนั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ว่า ส่วนที่เป็นงบประจำ ที่อาจจะปรับเปลี่ยนจากแผนงานปกติ อีกส่วนก็จะมาจากเงินของหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานส่งเสริมคุณภาพการเรียนรู้ (สสค.) ที่ใช้เงินยืมจากเงินกู้ที่มีอยู่แล้วในอดีต และเมื่อมีกฎหมายมารองรับก็จะมีเงินรายได้จากภาษีเหมือนสำนักงานสร้างเสริมสุขภาพแห่งชาติ (สสส.) เคยทำในปี 2543 2545 และอีกส่วนจะเป็นเงินจากภาคเอกชนเอง ซึ่งภาระทั้งหมดจะใช้เงินประมาณ 9,000 ล้านบาทโดย 2,000 ล้านบาท จะใช้ใน 9 มาตรการที่ได้ประกาศไปแล้ว ส่วนโครงการบ้านมั่นคงจะใช้งบประมาณถึง 3,000 ล้านบาท

“เรื่องที่สามารถทำได้รวดเร็วที่สุด คือ เรื่องประกันสังคม ที่จะต้องมีการปรับแก้พระราชกฤษฎีกา หรือกฎกระทรวง ซึ่งได้มอบหมายให้ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการได้ทันที” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ด้านมาตรการใช้ไฟฟ้าฟรีที่กำหนดเดิมจะสิ้นสุดในเดือน ก.พ. 2554 โดยหลังจากนี้ไปจนถึงเดือน ก.ค.นี้ จะดำเนินการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมในแง่ของผู้ที่ใช้ไฟฟ้ามากน้อย คือ จากเดิมที่ผู้เสียภาษีอากรจะต้องรับภาระแทนประชาชนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย จากนี้ไปจะให้ผู้ที่ใช้ไฟฟ้ามากเป็นผู้รับภาระในส่วนนี้แทน ส่วนในภาคอุตสาหกรรมที่มีการประเมินแนวโน้มเรื่องค่าเอฟที จะยังไม่ถือว่ามีภาระเพิ่ม

ด้านข้อเสนอเรื่องราคาแอลพีจี ยืนยันว่าจะตรึงราคาในส่วนของครัวเรือนจับคู่กับการขนส่ง โดยเหตุผลสำคัญในทางปฏิบัติที่แยกตลาด 2 ส่วนนี้ได้ยากมาก ซึ่งอาจเกิดปัญหาการลักลอบที่จะเกิดอันตรายขึ้นได้ แต่ในส่วนภาคอุตสาหกรรมจะให้จ่ายในราคาตลาดโลก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท