
มาร์คย้ำเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรฯต้องเป็นผู้เข้าใจปัญหา
นายกฯกำชับเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรฯสุจริตเที่ยงธรรม หวังเป็นปากเสียงเกษตรกรไม่ใช่นายทุน
นายกฯกำชับเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรฯสุจริตเที่ยงธรรม หวังเป็นปากเสียงเกษตรกรไม่ใช่นายทุน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในการ เป็นประธานมอบนโยบายการดำเนินการจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553ว่า การเลือกตั้งแทนเกษตรกรที่เข้ามาเป็นสภานั้น จะต้องมีการรณรงค์ให้ประชาชนทราบว่าเขาจะเลือกสภาเกษตรกรเข้ามาทำอะไร เพื่อที่จะได้ตัวแทนที่มีคุณภาพ มาเป็นสมาชิกสภาที่จะเป็นสภาปากเสียงของเกษตรกรที่แท้จริง ฉะนั้นจะต้องช่วยกันจับตามองไม่ให้กลายเป็นสภาที่เข้ามาดูแลผลประโยชน์แทนเอกชนหรือกลุ่มคน ซึ่งการที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนสภาเกษตรกรได้ดี จะต้องเป็นคนที่ที่ไม่ผูกพันกับพื้นที่ แต่ต้องเป็นคนเข้าใจปัญหาเกษตรกรทั้งประเทศ แม้จะต่างพื้นที่ หรือต่างกลุ่มพืช
สำหรับหน้าที่ของสภาเกษตรกรนั้นจะนำเสนอประเด็นปัญหาของเกษตรกรเสนอรัฐบาลเพื่อแก้ไข หรือเสนอความต้องการของเกษตรกร ฉะนั้น นโยบายที่ดีจะได้มาเพราะฟังข้อมูลทุกด้าน ที่ผ่านการปัญหาสำคัญหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเกษตรกรก็คือข้อมูลที่ไม่ตรงกันระหว่างหน่วยราชการและข้อมูลเกษตรกร สภาเกษตรกรก็จะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไปปัญหาเศรษฐกิจของชาติด้วยเพราะคนส่วนใหญ่ของชาติคือเกษตรกร เพราะหากเกษตรกรอยู่ดีกินดีเศรษฐกิจก็จะดีด้วย ซึ่งในหลายเรื่องยังต้องการทิศทางการพัฒนาที่มาจากความต้องการของเกษตรกรจริงๆ เช่น พรบ.สภาการยางแห่งประเทศไทย ที่กำลังการดำเนินกาทำกฏหมายเพื่อแก้ไขปัญหายางพาราแบบครบวงจร ขณะนี้เริ่มมีการพูดว่า ปาล์ม ก็ต้องการให้มีการดูแลเฉพาะเช่นกัน ฉะนั้นสภาเกษตรกรจะเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยกันผลักดันการแก้ไขปัญหาเกษตรกรได้อย่างแท้จริง
ด้าน นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งตัวแทนสภาเกษตรกรแห่งชาติ จะเริ่มครั้งแรกในวันที่ 13 ก.พ. นี้ นระดับหมู่บ้าน จากนั้นจะเลือกตั้งแทนหมู่บ้านละ 1 คนมาคัดเลือกในระดับตำบลให้ได้ 1 คนและมาเลือกอีกครั้งเป็นตัวแทนระดับจังหวัด เป็นสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติจำนวน 76 จังหวัด
ทั้งนี้กฏหมาย ได้กำหนดให้มีสภาเกษตรกรใน 2 ระดับ คือ 1. สภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 3 ประเภท คือ (1) สมาชิกโดยตำแหน่ง คือ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัด รวม 76 จังหวัด (2) สมาชิกซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรเกษตรกร จำนวน 16 คน ที่สมาชิกโดยตำแหน่ง 76 คน เป็นผู้เลือกและ (3) สมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน ซึ่งสมาชิกทั้งประเภทที่ 1 และ2 จะเป็นผู้เลือกจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านเกษตรกรรม 2. สภาเกษตรกรจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 2 ประเภท คือ (1) สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง จำนวน 16 คน แต่หากจังหวัดใดมีจำนวนอำเภอมากกว่า 16 อำเภอ ก็ให้มีจำนวนสมาชิกได้เท่ากับจำนวนอำเภอ (2) สมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมอีกจำนวน 5 คน
ดังนั้น จากภารกิจหน้าที่ดังกล่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมการและดำเนินการต่าง ๆ มาเป็นลำดับ ตั้งแต่การดำเนินการด้านกฎหมาย การดำเนินการด้านการจัดทำบัญชีรายชื่อเกษตรกรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การดำเนินการประชาสัมพันธ์ ซึ่งในการดำเนินดังกล่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 453.04 ล้านบาท แยกเป็นงบประมาณประจำปี 2553 – 2554 จำนวน 94.30 ล้านบาท และงบกลางปี 2554 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติจัดสรรให้จำนวน 357.74 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งและเพื่อการดำเนินกิจการของสภาเกษตรกรแห่งชาติ
นายธีระ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับอำนาจหน้าที่ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประกอบไปด้วย 3 ประเด็นสำคัญด้วยกัน คือ 1.การเสนอปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรพร้อมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี 2. การจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม ซึ่งจะเป็นแผนหลักที่จะวางกรอบในการจัดทำแผนงานหรือโครงการพัฒนาเกษตรกรรมต่าง ๆ และ 3.การพัฒนาความเข้มแข็งของเกษตรกรและองค์กรเกษตรกร







