posttoday
ธนาธร นำก้าวไกล ชูธงคืนอำนาจเต็มท้องถิ่น

ธนาธร นำก้าวไกล ชูธงคืนอำนาจเต็มท้องถิ่น

24 พฤศจิกายน 2565

ธนาธร ประธานก้าวหน้า - พรรคก้าวไกล พบสื่อเครือเนชั่น ชูธงปลดล็อกคืนอำนาจเต็มท้องถิ่น ทำประชามติใน5ปี เลือกตั้งผู้ว่าฯ-หางบได้เอง-จัดบริการสาธารณะ-ประชาชนมีอำนาจตรวจสอบทุจริต

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายวรภพ วิริยะโรจน์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลและนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการรณรงค์สื่อสารนโยบาย พรรคก้าวไกล เดินทางเข้าพบสื่อในเครือเนชั่น เพื่อนำเสนอการขอแก้ไขร่างรธน.ว่าด้วยหมวด 14 การปกครองท้องถิ่น ที่พรรคก้าวไกลเตรียมเสนอรัฐสภา วันที่ 29-30 พ.ย.65 หรือ การปลดล็อกท้องถิ่น

นายธนาธร ระบุว่า การเสนอ"ปลดล็อกท้องถิ่น" เป็นเรื่องที่ดำเนินการต่อเนื่องมาจาก นโยบายการกระจายอำนาจเมื่อปี2540 ที่มีการเสนอขอแก้ไข แต่มาสะดุดหยุดลง 2ช่วงคือการทำรัฐประหารปี2549 และปี 2557 คสช.มีคำสั่งยึดอำนาจทั้งหมดจากท้องถิ่น เพราะเกิดความไม่ไว้วางใจ ดังนั้น การขอแก้ไขคือ เพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น การจัดสรรภาษีให้เป็นธรรมระหว่างส่วนกลาง กับส่วนท้องถิ่น ยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดเราไม่ได้นำเสนอเป็นคนแรก แต่รวบรวมข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและเป็นความต้องการของสังคม เพื่อเสนอขอแก้ไขต่อรัฐสภา 

นายพริษฐ์ กล่าวว่า หลักใหญ่ใจความที่มีการเสนอขอแก้ไข คือให้อำนาจท้องถิ่นกำหนดอนาคตของตัวเอง  ประการแรก ให้มีอำนาจเลือกผู้บริหารท้องถิ่น หรือนายกจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง โดยจัดทำเป็นประชามติขอความเห็นจากประชาชนว่า เห็นด้วยหรือไม่ ให้ยกเลิกผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้งและโอนถ่ายอำนาจทั้งหมด ให้กับท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ประการต่อมา เมื่อมีการโอนถ่ายอำนาจแล้วก็ให้โอนงบประมาณกับท้องถิ่นและมีอำนาจจัดการบริหารด้วยตัวเองมากขึ้นรวมถึงการหารายได้เข้าท้องถิ่น สามารถกู้เงินได้ ออกพันธบัตรได้ สามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ 
 

ประการที่สาม คือ การให้อำนาจท้องถิ่นมีอำนาจบริหารระบบบริการสาธารณะ ตั้งแต่เรื่องน้ำ ไฟฟ้า การให้บริการขนส่ง ถนนหนทาง เชื่อว่าจะตอบโจทย์ให้คนในพื้นที่มากขึ้น จากเดิมที่การบริหารจัดการเป็นไปในลักษณะกำกวม เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้ข้อยกเว้นของส่วนกลาง เช่น การห้ามมีกองทัพเป็นของตัวเอง ห้ามติดต่อกับต่างประเทศด้วยตัวเอง เป็นต้น 

ประการสุดท้าย คือการเพิ่มอำนาจของประชาชนโดยตรงในการตรวจสอบผู้นำท้องถิ่นเพื่อป้องกันการทุจจริต

"สรุป 4 หัวใจหลัก คือว่า ผู้บริหารจังหวัดต้องมาจากการเลือกตั้ง สอง งบประมาณในการพัฒนาจังหวัดคนในพื้นที่ต้องมีอำนาจตัดสินใจ การให้บริการสาธารณะ ท้องถิ่นต้องรับผิดชอบเพื่อให้ถูก เร็วดี มีคุณภาพ  และประชาชนมีอำนาจโดยตรงในการตรวจสอบ"    นายพริษฐ์  กล่าว

นายธนาธร ยอมรับว่า การเปลี่ยนสถานะการบริหารภาครัฐในไทยเป็นเรื่องใหญ่มากและไม่ได้เป็นการเสนอให้ยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค แต่ให้มีการทำประชามติในอีก5ปี ว่ายังมีความจำเป็นหรือไม่ในศตวรรษที่ 21 หากประชามติไม่ผ่าน หมายความว่ายังทำงานไม่พอต้องรณรงค์ต่อเพื่อให้มีการทำประชามติต่อไป 
 
 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท