
สภาล่มนัดแรก หลังหยุดประชุมช่วงเอเปก
นับองค์ประชุมไม่ครบ "ชวน หลีกภัย" สั่งปิดประชุมทันที หลังส.ส.ประท้วงลงมติใหม่ มาตรา9/1 ร่างพ.ร.บ.ถอดถอนสมาชิกท้องถิ่นฯเห็นด้วยกมธ.เสียงข้างน้อย
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เริ่มต้นเมื่อ เวลา 09.30 น. มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในที่ประชุม เปิดให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาความเดือนร้อนของประชาชนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแก้ไข
ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมนายชวนแจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ประทับรับฟ้องคดีนางสมหญิง บัวบุตร ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย (พท.)กับพวกรวม 12 คน เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2565 ตามที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดี ส่งผลให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 จนกว่าศาลฎีกาฯ จะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ดังนั้นจำนวน ส.ส.ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในขณะนี้มี 474 คน มีองค์ประชุม 237คน
จากนั้นเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมในเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ... โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมครั้งที่แล้ว
ระหว่างการประชุมมีการอภิปรายของส.ส.และลงมติมาต่อเนื่อง จนถึงการลงมติในมาตรา 9 เพราะมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ ขอเพิ่มมาตรา 9/1 ถึงมาตรา 9/21 ซึ่งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กรรมาธิการ ได้ขอปรึกษาที่ประชุม เนื่องจากในมาตรานี้มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และขอให้ที่ประชุมได้ถามมติในมาตรา 9/1 อีกครั้ง และอาจจะขัดกับมาตราอื่นๆต่อไป ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการลงมติใหม่
จากนั้นนายชวน ได้สั่งพักประชุมไปประมาณ 40 นาที เพื่อให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยและกรรมาธิการเสียงข้างมาก หารือให้ได้ข้อสรุปว่าจะให้ลงมติในมาตรา 9/1 ใหม่หรือไม่ ผลปรากฏว่าหลังจากกลับเข้าสู่การประชุมอีกครั้ง องค์ประชุมไม่ครบ ทำให้ประธานจึงสั่งปิดการประชุมทันทีในเวลา 14.05 น.
"ชินวรณ์"ยัน ปธ.สภาฯสั่งลงมติใหม่ทำถูกแล้ว
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.ประชาธิปัตย์ในฐานะประธาน ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.... กล่าวถึงการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร ที่มีข้อถกเถียงให้มีการลงมติใหม่ในมาตรา9/1 จนทำให้เกิดสภาล่มในท้ายที่สุด ว่า เป็นความเข้าใจของสมาชิก ดังนั้นการให้ลงคะแนนใหม่จึงเป็นเรื่องที่ทำได้ หากมีข้อผิดพลาด โดยใช้ข้อบังคับที่ 9 ซึ่งเป็นอำนาจของประธานสภาฯ
ดังนั้นการวินิจฉัยให้ลงมติใหม่จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แม้ไม่เคยมีมาก่อนและเป็นครั้งแรกของสภาชุดนี้ แต่ยืนยันดำเนินตามข้อบังคับ ไม่ไช่เสียงข้างมากลากไป และเป็นไปตามหลักนิติธรรม พร้อมขอให้สมาชิกร่วมกันเป็นองค์ประชุมโดยเฉพาะเสียงข้างมาก มีความจำเป็นเนื่องจากเรื่องท้องถิ่นเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสนใจ
นายชินวรณ์ยังกล่าวถึงกรณี ที่ฝ่ายค้านขอให้รัฐบาลยุบสภา ว่ายังไม่ใช่ปัจจัยเพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของสภา อีกทั้งยังไม่ใช่เรื่องการเงินที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีขอให้ฝ่ายค้านหาข้อมูลเพื่อทำอภิปรายทั่วไป เพื่อดีเบทก่อนยุบสภาจะดีกว่า
ด้านนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐในฐานะเลขาวิปรัฐบาล กล่าวว่าจากการประสานงานกับสมาชิกส่วนใหญ่เห็นไปในทางเดียวกับนายชินวรณ์ แต่เกิดข้อผิดพลาดในการสื่อสาร
เพื่อไทย เรียกร้องนายกฯยุบสภา
นายสมคิด เชื้อคง,นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์,นางสวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์,นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร และนายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลง กรณีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่ม ระหว่างการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การประชุมสภาฯหลังเอเปก เปิดมาวันแรกก็เกิดเหตุการณ์สภาฯล่ม เป็นสัญญาณบ่งชี้ทางด้านการเมืองที่สะท้อนถึงเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาล ที่ไม่สามารถรักษาองค์ประชุมได้ โดยอ้างว่ามีการเช็คชื่อส.ส.ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ ซึ่งฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่กรรมาธิการได้แก้ไข เพราะมีการเปลี่ยนไปจากหลักการเดิม โดยเฉพาะการที่ให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอน ก็จะทำให้ผู้ที่ถูกถอนนั้นถูกหลุดออกจากตำแหน่ง โดยไม่มีกระบวนการลงมติ หรือการตรวจสอบใดๆ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีความกังวล
แต่เมื่อกระบวนการดำเนินการมาถึงการพิจารณามาตรา 9/1 ซึ่งเป็นการสงวนคำแปรญัตติของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่กำหนดว่า "หลังจากที่มีการเข้าชื่อถอดถอนกันแล้ว ให้มีกระบวนการเข้าสู่การลงมติของประชาชนในพื้นที่ เพื่อที่จะให้ถอดถอนได้ ไม่ใช่เพียงแค่การเข้าชื่อให้ครบจำนวน 5,000 ชื่อ แล้วจะทำให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นรายนั้นหลุดออกจากตำแหน่ง"
ซึ่งประธานสภาที่ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมมีการถามคำถามชัดเจน เชื่อว่าทุกคนทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมีความเข้าใจ แต่เมื่อมีการลงมติรอบแรกผลคะแนนให้มีการเพิ่มมาตรา 9/1 ซึ่งถือว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ฝ่ายค้านชนะการโหวตในสภาฯ แต่กลับมีการท้วงติงจากสมาชิกบางคน โดยอ้างอิงว่าเข้าใจในคำถามผิด แล้วประธาน เปิดให้โหวตว่าจะลงมติใหม่หรือไม่ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สุดท้ายเสียงข้างมากในสภาฯใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง กว่าองค์ประชุมจะเพียงพอในการลงมติ ว่าให้กลับไปโหวตใหม่ได้ แต่ฝ่ายค้านคัดค้านไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่ากระบวนการไม่ชอบ จึงไม่ขอร่วมเป็นองค์ประชุมในการโหวตรอบใหม่ และทักท้วงว่าเป็นการริดรอนสิทธิของพรรคการเมืองเสียงข้างน้อย ที่นานๆจะชนะหมด แต่มีการลงมติมาปล้นชัยชนะคืนจึงยอมไม่ได้ จากนั้นมีการตรวจสอบองค์ประชุมในเวลา 14:00 น. เพื่อที่จะลงมติใหม่ในมาตรา 9/1 แต่สุดท้ายองค์ประชุมไม่ครบ การประชุมต้องล่มและปิดไป
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะมีข่าวทางพรรคร่วมรัฐบาลจะชื่นมื่นหรือมีความปรองดอง ใน คณะรัฐมนตรี (ครม.) และจะลาก ครม. ไปจนถึงครบเทอม แต่เมื่อประเมินสภาวะในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ เชื่อว่าสภาจะเดินต่อลำบาก จึงเรียกร้องไปยังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่าหมดเวลาฮันนีมูน ขอให้ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน







