
มติเอกฉันท์ ร่างกม.พรรคการเมืองไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 9 ต่อ 0 เสียง วินิจฉัยว่าร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง ตามคำร้องของ77สว.ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียงว่า ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 9 และ มาตรา 10 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
ก่อนหน้านี้ ประธานรัฐสภา ส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 77 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่า ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่.. ) พ.ศ. .... มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 9 และมาตรา 10 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 มาตรา 83 มาตรา 86 มาตรา 90 มาตรา 91 และมาตรา 258 หรือไม่ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2565
ต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งรับคำร้องเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 พร้อมมีคำสั่งแจ้งผู้ร้องและให้ผู้เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือ พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ก่อนอภิปรายนำไปสู่การวินิจฉัยโดยเห็นว่า คดีเป็นปัญหาทางข้อกฎหมาย และมีพยานหลักฐานเพียงพอ ที่จะวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติดังกล่าว
สำหรับประเด็นที่มีการยื่นคำร้องขอให้มีคำวินิจฉัยคือ สาระสำคัญ มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 9 และมาตรา 10 ของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง เรื่องเกี่ยวกับการลดค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรค เดิมปีละไม่เกิน 100 บาท เหลือไม่เกิน 20 บาท ตลอดชีพลดเหลือไม่เกิน 200 บาท จากเดิมไม่น้อยกว่า 2,000 บาท
ประเด็นการตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ที่แก้ไขให้สามารถเลือกผู้สมัครได้จากเดิมที่จะเป็นหน้าที่ของตัวแทนประจำเขตเลือกตั้งและการให้เลือกบุคคลจากรายชื่อคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครคัดเลือกมา ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะจะขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัคร รวมทั้งการตัดเรื่องห้ามสมาชิกเรียกรับผลประโยชน์ หรือใช้อิทธิพลข่มขู่ในการเลือกผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ
ขั้นตอนหลังจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะแจ้งผลการวินิจฉัยให้ประธานรัฐสภาได้รับทราบ และประธานรัฐสภาจะส่งร่างฯ ให้นายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ ยังเหลือร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่...) พ.ศ....ที่ประธานรัฐสภา ส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 105คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่าร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่.. ) พ.ศ. .... มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 มาตรา 94 หรือไม่ และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยวันที่ 30 พ.ย.นี้ เวลา 09.30 น.







