
สน.บุคคโล โรงพักไทยโกอินเตอร์ เขตปลอดเตารีด-คันไถ
โดยธรรมชาติของโรงพักล้วนเป็นที่ที่ใครก็ไม่อยากเข้าไปย่างกรายอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเจอตำรวจทำหน้าเฉื่อยชา พูดจาสุนัขไม่รับประทาน พานจะทำให้คนที่มีเรื่องทุกข์ใจอยู่แล้วเป็นทุกข์หนักไปอีก
โดยธรรมชาติของโรงพักล้วนเป็นที่ที่ใครก็ไม่อยากเข้าไปย่างกรายอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเจอตำรวจทำหน้าเฉื่อยชา พูดจาสุนัขไม่รับประทาน พานจะทำให้คนที่มีเรื่องทุกข์ใจอยู่แล้วเป็นทุกข์หนักไปอีก
โดย....กันติพิชญ์ ใจบุญ
โดยธรรมชาติของโรงพักล้วนเป็นที่ที่ใครก็ไม่อยากเข้าไปย่างกรายอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเจอตำรวจทำหน้าเฉื่อยชา พูดจาสุนัขไม่รับประทาน พานจะทำให้คนที่มีเรื่องทุกข์ใจอยู่แล้วเป็นทุกข์หนักไปอีก
นอกเหนือจากงานด้านป้องกันปราบปรามสืบสวนสอบสวน การบริการถือเป็นหัวใจสำคัญอีกประการที่จะทำให้ประชาชนอุ่นใจเมื่อต้องติดต่อกับตำรวจ
ดังเช่น สน.บุคคโล ซึ่งได้รับรางวัลโรงพักยอดเยี่ยมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ่วงด้วยการเป็นตัวแทนสถานีตำรวจของประเทศไทยเข้าชิงรางวัล “United Nations Public Service Awards” ซึ่งเป็นรางวัลในระดับนานาชาติแข่งกับสถานีตำรวจทั่วโลกอีกด้วย
สำหรับสถานีตำรวจแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร 60 ภาพจากภายนอกเมื่อแรกเห็นอาจดูเหมือนอาคารคอนกรีตเก่า 3 ชั้นธรรมดา แต่เมื่อเข้าไปแล้วขอบอกเลยว่า “งง” ไม่น่าเชื่อว่าภายในอาคารแห่งนี้จะเป็นโรงพัก เพราะมีการตกแต่งสไตล์สมัยใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเก้าอี้สีสันสดใส มีที่นั่งนุ่มสบายสำหรับผู้มารอคิวติดต่อ ทีวีจอขนาดใหญ่ ตู้น้ำเย็น ชั้นวางหนังสือพิมพ์ อีกทั้งยังมีให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรีอีกด้วย
เมื่อลองเดินตรวจตราทั่วทั้งตัวอาคารก็แทบจะไม่เห็นเศษขยะทิ้งให้เห็น แม้กระทั่งห้องสำหรับฝากขังผู้รับโทษก็ยังสะอาด ทาสีสบายตา พร้อมแบ่งโซนสำหรับชายหญิงและเยาวชนอย่างเรียบร้อย
แต่ไม่รู้ว่าสำหรับนักโทษต่างๆ จะสบายเกินไปหรือเปล่า???
พ.ต.อ.วิศาล พันธุ์มณี ผู้กำกับการ สน.บุคคโล บอกว่ามีไอเดียและเริ่มลงมือพัฒนาที่นี่ตั้งแต่ช่วงปีแรกที่มารับตำแหน่งเมื่อปี 2550
เริ่มจากการจัดงานกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการระดมทุนจากภาคเอกชน แจ้งความประสงค์ที่ต้องการพัฒนาโรงพักกับบรรดาเพื่อนฝูง และคนที่รู้จักก็พร้อมจะให้การสนับสนุนไอเดีย โดยเริ่มพัฒนาเรื่องโครงสร้างอาคาร อุปกรณ์เครื่องมือสำหรับงานบริการประชาชน รวมทั้งการพัฒนาตัวบุคลากรเจ้าหน้าที่ทั้งหมดด้วย โดยมีเป้าหมายให้มีคุณภาพชั้นเลิศแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นตามสถานีตำรวจอื่นมาก่อน
“ทุกวันนี้เราได้ใช้เงินทุนที่ได้จากการระดมมาเกือบ 5 ล้านบาทแล้ว แต่บอกได้ว่าเราระดมทุนจากภาคเอกชนที่เขามีความตั้งใจที่จะมาร่วมงานจริงๆ ไม่ใช่ไปไถใครที่เขาไม่เต็มใจ ผมไม่ทำอย่างนั้นหรอก อีกอย่างผมเป็นคนมีเพื่อนฝูงมากมายอยู่แล้ว” พ.ต.อ.วิศาล กล่าว
พ.ต.อ.วิศาล เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า เงินที่ได้มานอกจากจะมาลงทุนปรับปรุงบูรณะตัวอาคาร ห้องทำงาน ส่วนต่างๆ ทั้งหมดแล้วยังได้จัดซื้ออุปกรณ์ทันสมัยอย่างกล้องซีซีทีวี มอเตอร์ไซค์ตรวจตรา คอมพิวเตอร์ที่มีการลงโปรแกรมบันทึกข้อมูลเฉพาะตัวของประชาชนที่มาติดต่อ อาทิ บ้านเลขที่ บัตรประชาชน ฯลฯ เพื่อความสะดวกยามที่คนใดทำเอกสารหายก็สามารถมาที่นี่แล้วค้นหาข้อมูลได้ทันทีเลย
ไม้เด็ดตรงนี้ถือว่าสร้างประโยชน์ให้ตกอยู่กับประชาชน และยังทำให้เกิดความใกล้ชิดภาพลักษณ์ของตำรวจในสายตาประชาชนดีขึ้นอีกมากโข
ส่วนภายในห้องทำงานของ ผกก.คนเก่ง จะมีจอภาพขนาดใหญ่จากกล้องซีซีทีวีที่ตั้งอยู่ภายใน พร้อมแสดงภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังให้บริการประชาชนอยู่ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ หากผิดพลาดตรงไหนจุดใดก็พร้อมจะแก้ไขทันที
ในเรื่องการดูแลลูกน้อง พ.ต.อ.พิศาล ยังได้จัดตั้งกองทุนวงเงิน 5 แสนบาท สำหรับให้เจ้าหน้าที่ สน.บุคคโล ทุกคนสามารถมากู้ยืมไปใช้ก่อนได้ในกรณีที่ขัดสน อาทิ ค่าเทอมลูก ค่าเจ็บป่วย ฯลฯ ในวงเงินคนละไม่เกิน 5,000 บาท
แน่นอนว่าด้วยดีกรีโรงพักดีเด่น 3 ปีซ้อน ย่อมสร้างความหนักใจไม่มากก็น้อยกับการรักษามาตรฐานผลงานของโรงพักเอาไว้ เพราะเชื่อว่าโรงพักอีกหลายท้องที่ก็พัฒนาไม่หยุดหย่อน อยากจะได้รางวัลนี้มาเชิดชูเป็นเครื่องบ่งบอกประสิทธิภาพการทำงานเช่นกัน
“เครียดครับ เครียดแน่นอนกับรางวัลที่ได้รับมาทุกปี เพราะว่าจะต้องทำผลงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมให้ได้ แต่ในแง่กลับกันก็ภูมิใจ ลูกน้องก็ดีใจที่ได้รางวัล เพราะนั่นเป็นตัวบ่งบอกถึงคุณภาพในการทำงาน อีกทั้งยังเป็นการสร้างกำลังใจกำลังขวัญให้กับตัวเองและเจ้าหน้าที่ทุกคน ถึงจะเครียดก็ต้องตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนต่อไป รางวัลที่ได้มาก็ถือเป็นผลพลอยได้ แต่ผลประโยชน์ของประชาชนจะต้องสำคัญที่สุด” พ.ต.อ.วิศาล กล่าว
หันมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานกันบ้างว่ารู้สึกอย่างไร
ด.ต.หญิง ลัดดาวัลย์ ศรีกลิ่นดี เล่าว่า การพัฒนาสถานีเช่นนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานก็รู้สึกดีไปด้วย เพราะทำงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สบายตาสบายใจ ไม่อึดอัดเหมือนกับที่ทำงานที่อื่น ทั้งยังทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนรู้สึกภูมิใจกับองค์กรเป็นอย่างมากด้วย
ส่วน พ.ต.ท.นิโรธ ปทุมแก้ว พนักงานสอบสวน บอกว่า เมื่อก่อนระบบไม่ดี ฝ่ายต่างๆ จะแยกกันอยู่คนละชั้น เช่น ฝ่ายทะเบียน ทำให้ผู้ที่มาติดต่อลำบาก เมื่อจัดระบบใหม่เป็น One Stop Service ทำให้ประชาชนที่มาใช้บริการได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น มีการให้เจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ลงมาประจำโต๊ะคอยรับเรื่อง ประชาชนก็รู้สึกดี อีกทั้ง ผกก.ยังสนับสนุนให้พนักงานสอบสวนไปเรียนเนติบัณฑิตจนจบการศึกษา เพื่อจะได้ให้ความรู้และคำปรึกษาด้านกฎหมายต่อประชาชนได้
จากภาพที่เห็นในสายตา และความรู้สึกที่สัมผัสได้ของประชาชนผู้มาใช้บริการ ต่างก็มีรอยยิ้มแจ่มใส แม้คำพูดจากปากผู้หลักผู้ใหญ่ที่ว่า “ไม่จำเป็นก็อย่าขึ้นโรงพัก” เพราะด้วยความเป็นห่วง หรือกังวลต่างๆ ที่ไปโรงพักก็เพราะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
หากทุก สน.มีการบริการที่ดี และการเอาใจใส่ต่อประชาชนที่ดีเลิศ เชื่อว่าคงจะคลายทุกข์ให้ประชาชนไม่มากก็น้อย...







