
บทเรียนราคาแพง
นับเป็นข่าวสะเทือนขวัญรับศักราชใหม่ของชาวมะกันและชาวโลกก็ว่าได้ สำหรับเหตุการณ์มือปืนโรคจิตบุกเดี่ยวกราดยิงใส่ กาเบรียล กิฟฟอร์ดส์สส.หญิงจากพรรคเดโมแครต วัย 43 ปี ต่อหน้าฝูงชนในรัฐแอริโซนากลางวันแสกๆ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน บาดเจ็บอีก 13 คน เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 8 ม.ค. ตามเวลาท้องถิ่น
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ของสหรัฐ แสดงความคิดเห็นต่อเหตุไม่คาดฝันครั้งนี้ว่า ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีลางบอกเหตุ หากแต่เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่แล้ว เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของสภาคองเกรส ระบุว่า ตัวเลขการข่มขู่สมาชิกสภาคองเกรสเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าจากเมื่อปีก่อน โดยคำขู่ทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผู้คัดค้านแผนปฏิรูปการประกันสุขภาพของสหรัฐ
ยกตัวอย่าง กรณีที่รูปจำลองของสส.เดโมแครตจากรัฐแมรีแลนด์ ถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีนำไปแขวนบนตะแลงแกง สำหรับแขวนคอนักโทษหน้าบริเวณหน้าสำนักงาน ส่วนประตูหน้าสำนักงานของกิฟฟอร์ดส์ ก็คาดว่าจะถูกแรงกระสุน ทำให้ได้รับความเสียหาย หลังมีการลงมติคัดค้านแผนปฏิรูปการประกันสุขภาพ
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่ในหมู่ผู้พิพากษาเองก็ยังพบว่ามีการคุกคามมากขึ้น ดั่งเช่นกรณีของ จอห์น โรลผู้พิพากษาศาลสหรัฐ ก็ได้รับโทรศัพท์ขู่เอาชีวิตหลายครั้ง กระทั่งในที่สุดก็ถูกฆ่า ภายหลังอนุญาตให้มีการดำเนินคดีกับเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์แห่งหนึ่ง ที่ถูกร้องว่าทำร้ายร่างกายชาวเม็กซิกัน 16 คน
นอกจากนี้ การที่ชายจิตไม่ปกติก็ยังสามารถหาซื้ออาวุธปืนและพกพาได้แม้ไม่มีใบอนุญาต เป็นตัวสะท้อนว่ากฎหมายครอบครองอาวุธปืนที่มีการผ่อนปรนจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม สื่อชื่อดังชี้ว่า ความหละหลวมทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นก่อนหน้าที่เหตุไม่คาดฝันจะเกิด ดังนั้นหลังผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไป เชื่อว่ากรณีที่เกิดขึ้นที่รัฐแอริโซนาจะเป็นการโน้มนำให้คนในชาติหยุดการกระทำที่นำไปสู่การนองเลือด และมีการบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดในการครอบครองอาวุธปืน







