
แก้ไขก่อนผิดพลาด
ของขวัญปีใหม่ 9 ประการ ที่รัฐบาลประกาศปฏิรูปประเทศไทยโดยใช้ปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ ได้ประกาศออกมาแล้ว ดูจะไม่สร้างความตื่นเต้นกับประชาชนสักเท่าไร เพราะมีการประกาศออกมาบ้างเป็นระยะแล้ว ไม่ได้มาประกาศตูมทีเดียวให้ฮือฮา
การประกาศออกมาเป็นระยะได้ทำให้นักธุรกิจและนักวิชาการต่างๆ ตั้งตัวทัน จึงพากันออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลแบบเรียกได้เลยว่าเละ เพราะทุกคนมองไปในทางเดียวกันว่ามีช่องทางรั่วไหลมากมายและมีโอกาสเป็นหนี้เสียมากอีกด้วย
เหตุผลเดียวที่รัฐบาลประกาศนโยบายประชานิยมที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นประชาวิวัฒน์นั้น ก็คือหวังชนะการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ รัฐบาลจึงแถมแหลกแจกสะบัด
หากไล่เข้าไปดูไส้ในของโครงการที่นายกรัฐมนตรีประกาศออกมานั้น ทุกโครงการล้วนแต่ใช้เงินทั้งสิ้น ซึ่งนายกฯ บอกว่าจะใช้เงินเพียง 2,000 ล้านบาท แต่เงินที่ฉีดออกไปนั้นจะหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 13 รอบ และจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดี
ใครฟังว่ารัฐบาลจะใช้เงินเพียงเท่านี้ คงไม่เชื่อ เพราะว่าแต่ละโครงการไม่ใช่ใช้เงินน้อยๆ แต่ที่แน่ๆ ก็คือรัฐบาลผ่องถ่ายค่าใช้จ่ายไปให้ธนาคารของรัฐเข้าไปดำเนินการ ซึ่งก็คือการใช้งบประมาณนอกระบบ เหมือนที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยทำไม่ผิดเพี้ยน
สิ่งที่แตกต่างระหว่างนโยบายประชานิยมและนโยบายประชาวิวัฒน์ก็คือ ชื่อ และความต่อเนื่องผูกพันของนโยบาย นโยบายประชานิยมอาจจะให้เป็นครั้งคราวและมีเวลากำหนด และจะให้โดยคนที่มาเป็นรัฐบาลเท่านั้น
แต่นโยบายประชาวิวัฒน์นั้น เป็นการทำเป็นระบบ ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็จะต้องปฏิบัติตามนโยบาย ไม่สามารถนำมาใช้สัญญาว่าจะให้ในการหาเสียง
อย่างไรก็ดี ใครมาเป็นรัฐบาลสามารถทบทวนนโยบายได้ทั้งนั้น ไม่มีทางหนีพ้นไปได้ว่าจะมีการรื้อนโยบายที่รัฐบาลนี้ออกมาเหมือนที่รัฐบาลขิงแก่เคยรื้อโครงการของ พ.ต.ท.ทักษิณมาแล้ว
นอกจากนี้ เมื่อปิดโครงการแล้ว พบว่าจะต้องใช้เงินงบประมาณเข้าไปอุดโครงการสารพัดที่ใช้เงินแหลกลาญถึง 2 แสนล้านบาท จึงน่าสงสัยว่านโยบายประชาวิวัฒน์จะมาในอีหรอบเดียวกัน
คำติติงที่รัฐบาลได้รับมาก็ควรจะรับฟังและหาทางปิดช่องโหว่และไม่ดื้อรั้นจะทำต่อไป เพราะสุดท้ายในอนาคตหากโครงการไม่ดีจริงจะกลายเป็นผลงานชิ้นโบดำมากกว่าผลงานชิ้นโบแดง และถูกก่นด่าเหมือนรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่แทนที่จะช่วยประชาชนกลับเป็นการสร้างหนี้ให้กับประชาชนรากหญ้าและให้คนทั้งประเทศต้องมาแบกภาระใช้เงินแทน







