posttoday
ทำงานเพื่อประชาชน “สนธิรัตน์” บุก "ตราด" อนาคตไทย

ทำงานเพื่อประชาชน “สนธิรัตน์” บุก "ตราด" อนาคตไทย

17 พฤศจิกายน 2565

“สนธิรัตน์” ลุยเมืองตราดเปิดศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย ฝากพี่น้องชาวตราดรอบคอบเลือก ส.ส. เหตุมีแค่คนเดียว ต้องเป็นคนที่มีหัวใจทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน ชี้หลัง 30 พ.ย.เข้าโหมดเลือกตั้ง จับตาส.ส. “บิ๊กเนม ย้ายค่าย-ควบรวมพรรค

วันที่ 17 พ.ย. 2565 ที่ อ.เมือง จ.ตราด นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทย จ.ตราด พร้อมด้วย นายกิตติธัช ไชยอรรถ ผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตราด นายบุญสนอง หิรัญรักษ์ ผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ ผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคสร้างอนาคตไทย โดยมีประชาชนในพื้นที่ร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง

วันนี้การเมืองเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของการเมือง แต่ที่ตนมาพบพี่น้องอยากบอกว่าพรรคสร้างอนาคตไทยเป็นพรรคใหม่ เราเป็นทีมเศรษฐกิจ บริหารเรื่องเศรษฐกิจมาโดยตลอด รวบรวมคนแก้ปัญหาบ้านเมือง แก้ปัญหาปากท้องการทำมาหากิน เราได้รับการยอมรับจากประชาชนว่า เป็นพรรคที่มีมือเศรษฐกิจที่มีฝีมือดีที่สุด เราจึงกล้าอาสามาพบพี่น้อง 

“ผมขอบอกว่าเลือกตั้งครั้งหน้า คือ การเลือกตั้งเพื่อปากท้องของเราเอง ตราดมี ส.ส. ได้แค่คนเดียว ถ้าเราเลือกคนที่ไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องให้เราได้ ผลก็อยู่ที่ตัวพี่น้องเอง”
 

นายสนธิรัตน์ ย้ำว่า พรรคสร้างอนาคตไทยเป็นพรรคเศรษฐกิจ ไม่มีคำครหา ไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่มีคอร์รัปชัน มีแต่คนทำงาน พรรคเลือก นายกิตติธัช หรือชาติ มาเป็นผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตราด เพราะเราอยากได้ส.ส.ที่มีหัวใจทุ่มเทให้ประชาชน เราอยากได้ส.ส.ที่เป็นตัวแทนพรรคที่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน ดังนั้น ถ้าพี่น้องอยากช่วยชาติ ขอให้เลือกชาติมาเป็น ส.ส.ตราด ขอให้เลือกพรรคสร้างอนาคตไทย ผมมองว่า จ.ตราด ยังเติบโตได้อีกเยอะ”  


นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทยเริ่มเสนอนโยบาย 2 ข้อ โดยทันทีที่เราเป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่จะทำคือ พักหนี้พี่น้อง 5 ปีทั้งต้นและดอก จากนั้นจะเติมทุนเพื่อช่วยพี่น้องในการทำมาหากิน และนโยบายปุ๋ยคนละครึ่ง ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก พรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมรับใช้พี่น้อง จ.ตราด แม้เราเป็นพรรคใหม่ แต่ไม่ใช่ของใหม่ เราเคยสร้างพรรคที่เป็นแกนนำรัฐบาลมาแล้ว  

จากนั้น นายสนธิรัตน์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเรื่องความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังการประชุมเอเปค ว่า หลังการประชุมเอเปคจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะหลังจากวันที่ 30 พ.ย. ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งหากเสร็จสิ้น นั่นหมายความว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ความพร้อมในการเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ได้ 

ดังนั้น คาดว่าอาจจะเกิดการเคลื่อนย้ายของบิ๊กเนมต่างๆ ในทางการเมือง การประกาศจุดยืนและความชัดเจนทางการเมือง อาจจะเห็นการควบรวมพรรคที่อาจเกิดขึ้น บรรดานักการเมืองมีการลาออกการเป็นส.ส.ปัจจุบันไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ๆ 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน