
ฉลุย วุฒิสภาอุ้มกองทุนน้ำมัน 1.3แสนล้านบาท
มติที่ประชุมวุฒิสภา 187 ต่อ1 งดออกเสียง 5 ผ่าน พ.ร.ก.ค้ำประกันการชำหนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1.3แสนล้านบาท
ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาพระราชกำหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2565 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอโดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมการประชุมพร้อมนำเสนอพระราชกำหนดฯต่อที่ประชุม โดยกล่าวถึงบริบทน้ำมันเชื้อเพลิงช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นเหตุผลต่อการตราพระราชกำหนดค้ำประกันชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งนี้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดน้ำมันโลกที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายประการโดยเริ่มจากเดือนมีนาคม 2563 ที่เกิดการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ละลอกแรกซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกสาขาอาชีพอย่างรุนแรง
ดังนั้นกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีสภาพคล่องในขณะนั้นที่ 3.6 หมื่นล้านบาท จึงเข้าไปช่วยเหลือดูแลเรื่องราคาก๊าซหุงต้ม ดังนั้นภาระหลักในปี 2563ของกองทุนน้ำมันคือเรื่องการรับภาระราคาก๊าซหุงต้มเพื่อลดค่าครองชีพ ต่อมาปี 2564 ประชาชนได้รับวัคซีนป้องกัน โควิด-19 และอัตราการติดเชื้อลดลงตามลำดับ ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นจาก 30 เหรียญเป็น 60 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่การผลิตน้ำมันไม่ได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นในเดือนตุลาคม 2000 564 กองทุนน้ำมันจึงเริ่มเข้าไปรักษาเสถียรภาพของน้ำมันประเภทดีเซลซึ่งถือเป็นน้ำมันหลักที่ใช้ในประเทศไทยให้คงราคาอยู่ที่ 30 บาทต่อลิตร
ต่อมาปี 2565 ราคาน้ำมันได้เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย และ ยูเครน ดังนั้นกองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิงจึงเกิดการติดลบและ ขาดสภาพคล่องกว่า 1.3 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงจำเป็นให้อำนาจกระทรวงการคลังในการค้ำประกันชำระหนี้ให้แก่สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
สำหรับกรณีที่ให้กระทรวงการคลังค้ำประกันชำระหนี้ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นสมาชิกวุฒิสภาต่างให้ความสนใจและร่วมลงรายชื่ออภิปรายอย่างกว้างขวาง เช่น นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้อภิปรายขอให้การใช้เงินกองทุนน้ำมันเพื่อการก่อหนี้สาธารณะด้วยความระมัดระวังด้วยวินัยการเงินและการคลัง และจำเป็นจะต้องมีการกำหนดแผนชำระหนี้ของกองทุนน้ำมันอย่างชัดเจน
ขณะที่สุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายเห็นด้วยกับพระราชกำหนดเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับกำลังการซื้อของประเทศไทย เพราะหากไม่มีการอุดหนุนราคาน้ำมันเอาไว้ประชาชนจะซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงสูงถึง ลิตรละ 45 บาท ซึ่งจะเกิดภาวะเงินเฟ้อตามมา ท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติอนุมัติพระราชกำหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2565 ซึ่งด้วยคะแนนเสียง 187 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง







