posttoday
ย้อนรอยสัมพันธ์ เนวิน-อภิสิทธิ์ สู่วันร่วมโต๊ะมื้อการเมือง อนุทิน

ย้อนรอยสัมพันธ์ เนวิน-อภิสิทธิ์ สู่วันร่วมโต๊ะมื้อการเมือง อนุทิน

12 พฤศจิกายน 2565

ภาพร่วมโต๊ะอาหารมื้อเที่ยง อภิสิทธิ์ อนุทิน ช่วงปลายรัฐบาลประยุทธ์ ทำให้คิดถึง เนวิน ผู้มีบทบาทสำคัญ ผลักดันให้ฝ่ายแรกก้าวสู่ตำแหน่งนายกฯคนที่27 ผ่านไอเดียพลิกขั้วการเมืองของกำนันสุเทพ

 ภาพการร่วมโต๊ะรับประทานอาหารมื้อเที่ยง นัดสำคัญระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถว ถนนศาลาแดง ซอยยมราช ซึ่งมีการหยิบยกสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังอยู่ในช่วงปลายสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

ทำให้ระลึกถึงเหตุการณ์จับมือกันครั้งแรกระหว่างนายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้นำกลุ่มเพื่อนเนวิน เมื่อวันที่ 9ธ.ค.ปี51 ที่โรงแรมสยามซิตี้ นายเนวินผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ในปีเดียวกัน 

นายเนวิน กล่าวกับนายอภิสิทธิ์ซึ่งมีนายสุเทพยืนยิ้มอยู่เบื้องหลังความสำเร็จครานั้น ยืนยันการร่วมมือทางการเมืองกับพรรค ปชป.ในการจัดตั้งรัฐบาล ครั้งนี้จะทำให้เสียทั้งเพื่อน เสียทั้งพรรค และเสียทั้งเจ้านายที่เคารพนับถือแต่ก็จะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวกับนายเนวินว่า พร้อมรับข้อเสนอทุกเงื่อนไขเพราะต้องการเห็นรัฐบาลมีความเข้มแข็ง เราต้องสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นเชื่อว่า ความสามัคคีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความยุติธรรม

หลังหารือกันเสร็จสิ้นนายเนวินได้รอส่งแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนจนหมดและได้เดินไปส่งนายอภิสิทธิ์ถึงรถและระบุว่าเดินทางมาส่งท่านนายกฯ ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ตอบกลับว่า คุณก็พูดเกินไป ก่อนที่จะขึ้นรถพร้อมกับโบกมือให้กัน

แต่ทว่า"ผู้มีบทบาทอย่างสูง"ทำให้ปรากฎภาพการจับมือครั้งประวัติศาสตร์คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ บอกเล่าผ่านหนังสือชีวประวัติ “กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ”ถึงขั้นตอนการขายไอเดียให้เกิดการเปลี่ยนขั้วการเมืองเพื่อให้นายอภิสิทธิ์ ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่27ของไทย ด้วยคะแนน 235 เสียงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่15 ธ.ค.2551

การนัดหมายเจรจาเนวินของนายสุเทพ เกิดขึ้นที่ร้านนาฬิกาแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ระหว่างที่คนทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างเดินทางไปส่งลูกเรียนที่ประเทศอังกฤษ นายสุเทพยื่นข้อต่อรองว่า กล้าตัดสินมาอยู่ร่วมกัน เปลี่ยนขั้วทางการเมืองกันหรือไม่

ขณะที่นายเนวินแย้งว่า“จะเอาเสียงที่ไหนมาเพียงพอ พี่มีกี่เสียง” นายสุเทพตอบว่า “ไม่เป็นไร คุณไม่ต้องสนใจว่าผมมีเท่าไหร่ คุณทำใจไว้ก่อนก็แล้วกันว่า คุณเอาด้วยไหม ไปด้วยกันไหม”และย้ำว่าดีลนี้"จะทำเพื่อชาติบ้านเมือง" ...จะด้วยความบังเอิญหรือไม่ ขากลับจากอังกฤษทั้งคู่ก็นั่งเครื่องบินเที่ยวเดียวกันอีก...

..ภายหลังการเข้าสู่ตำแหน่งของนายอภิสิทธิ์ กลุ่มของนายเนวิน ก็ได้รับการตอบแทนด้วยกระทรวงเกรดเอ เช่น รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น

ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ตลอดระยะเวลา 2 ปีเศษ (ระหว่างปลายปี พ.ศ.2551-กลางปี พ.ศ.2554) แม้จะมีเรื่องระหองระแหงกันบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากไม่มีนายเนวิน ปชป.คงไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ก็อาจไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ กระทั่งการเลือกตั้งทั่วไปปี 2554 ทั้งคู่ยังมีสัญญาใจต่อกัน หากภูมิใจไทยได้เก้าอี้ 60ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์หามาได้อีก200ที่นั่งก็จะจับมือกันตั้งรัฐบาลอีกครั้ง

มื้ออาหารทางการเมืองนัดสำคัญ ระหว่างนายอภิสิทธิ์ กับนายอนุทิน เป็นเรื่องที่น่าจับตายิ่ง ก่อนนี้ครูใหญ่ภูมิใจไทยประกาศชัดเจนในงานวันคล้ายวันเกิด  4 ต.ค.65 ว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าเที่ยวหน้าจะทำให้ศิษย์เอกอย่างนายอนุทิน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 และเป้าหมายของพรรคต้องได้ส.ส.100ที่นั่งขึ้นไป...

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด