
ย้อนรอยสัมพันธ์ เนวิน-อภิสิทธิ์ สู่วันร่วมโต๊ะมื้อการเมือง อนุทิน
ภาพร่วมโต๊ะอาหารมื้อเที่ยง อภิสิทธิ์ อนุทิน ช่วงปลายรัฐบาลประยุทธ์ ทำให้คิดถึง เนวิน ผู้มีบทบาทสำคัญ ผลักดันให้ฝ่ายแรกก้าวสู่ตำแหน่งนายกฯคนที่27 ผ่านไอเดียพลิกขั้วการเมืองของกำนันสุเทพ
ภาพการร่วมโต๊ะรับประทานอาหารมื้อเที่ยง นัดสำคัญระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถว ถนนศาลาแดง ซอยยมราช ซึ่งมีการหยิบยกสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังอยู่ในช่วงปลายสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม
ทำให้ระลึกถึงเหตุการณ์จับมือกันครั้งแรกระหว่างนายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้นำกลุ่มเพื่อนเนวิน เมื่อวันที่ 9ธ.ค.ปี51 ที่โรงแรมสยามซิตี้ นายเนวินผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ในปีเดียวกัน
นายเนวิน กล่าวกับนายอภิสิทธิ์ซึ่งมีนายสุเทพยืนยิ้มอยู่เบื้องหลังความสำเร็จครานั้น ยืนยันการร่วมมือทางการเมืองกับพรรค ปชป.ในการจัดตั้งรัฐบาล ครั้งนี้จะทำให้เสียทั้งเพื่อน เสียทั้งพรรค และเสียทั้งเจ้านายที่เคารพนับถือแต่ก็จะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวกับนายเนวินว่า พร้อมรับข้อเสนอทุกเงื่อนไขเพราะต้องการเห็นรัฐบาลมีความเข้มแข็ง เราต้องสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นเชื่อว่า ความสามัคคีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีความยุติธรรม
หลังหารือกันเสร็จสิ้นนายเนวินได้รอส่งแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนจนหมดและได้เดินไปส่งนายอภิสิทธิ์ถึงรถและระบุว่าเดินทางมาส่งท่านนายกฯ ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ตอบกลับว่า คุณก็พูดเกินไป ก่อนที่จะขึ้นรถพร้อมกับโบกมือให้กัน
แต่ทว่า"ผู้มีบทบาทอย่างสูง"ทำให้ปรากฎภาพการจับมือครั้งประวัติศาสตร์คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ บอกเล่าผ่านหนังสือชีวประวัติ “กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ”ถึงขั้นตอนการขายไอเดียให้เกิดการเปลี่ยนขั้วการเมืองเพื่อให้นายอภิสิทธิ์ ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่27ของไทย ด้วยคะแนน 235 เสียงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่15 ธ.ค.2551
การนัดหมายเจรจาเนวินของนายสุเทพ เกิดขึ้นที่ร้านนาฬิกาแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ระหว่างที่คนทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างเดินทางไปส่งลูกเรียนที่ประเทศอังกฤษ นายสุเทพยื่นข้อต่อรองว่า กล้าตัดสินมาอยู่ร่วมกัน เปลี่ยนขั้วทางการเมืองกันหรือไม่
ขณะที่นายเนวินแย้งว่า“จะเอาเสียงที่ไหนมาเพียงพอ พี่มีกี่เสียง” นายสุเทพตอบว่า “ไม่เป็นไร คุณไม่ต้องสนใจว่าผมมีเท่าไหร่ คุณทำใจไว้ก่อนก็แล้วกันว่า คุณเอาด้วยไหม ไปด้วยกันไหม”และย้ำว่าดีลนี้"จะทำเพื่อชาติบ้านเมือง" ...จะด้วยความบังเอิญหรือไม่ ขากลับจากอังกฤษทั้งคู่ก็นั่งเครื่องบินเที่ยวเดียวกันอีก...
..ภายหลังการเข้าสู่ตำแหน่งของนายอภิสิทธิ์ กลุ่มของนายเนวิน ก็ได้รับการตอบแทนด้วยกระทรวงเกรดเอ เช่น รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ตลอดระยะเวลา 2 ปีเศษ (ระหว่างปลายปี พ.ศ.2551-กลางปี พ.ศ.2554) แม้จะมีเรื่องระหองระแหงกันบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากไม่มีนายเนวิน ปชป.คงไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ก็อาจไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ กระทั่งการเลือกตั้งทั่วไปปี 2554 ทั้งคู่ยังมีสัญญาใจต่อกัน หากภูมิใจไทยได้เก้าอี้ 60ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์หามาได้อีก200ที่นั่งก็จะจับมือกันตั้งรัฐบาลอีกครั้ง
มื้ออาหารทางการเมืองนัดสำคัญ ระหว่างนายอภิสิทธิ์ กับนายอนุทิน เป็นเรื่องที่น่าจับตายิ่ง ก่อนนี้ครูใหญ่ภูมิใจไทยประกาศชัดเจนในงานวันคล้ายวันเกิด 4 ต.ค.65 ว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าเที่ยวหน้าจะทำให้ศิษย์เอกอย่างนายอนุทิน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 และเป้าหมายของพรรคต้องได้ส.ส.100ที่นั่งขึ้นไป...







